
กปพ.แนะปิดช่องคณะรัฐประหารฟอกตัวเอง
เสวนากปพ. แนะปิดช่องคณะรัฐประหารฟอกตัวเอง สกัดรัฐประหารครั้งใหม่ โภคิน ยันแก้ ม.309 รธน.ไม่เกี่ยวกับทักษิณโดยตรง
เสวนากปพ. แนะปิดช่องคณะรัฐประหารฟอกตัวเอง สกัดรัฐประหารครั้งใหม่ โภคิน ยันแก้ ม.309 รธน.ไม่เกี่ยวกับทักษิณโดยตรง
ที่รัฐสภา คณะอนุกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จัดประชุมเสวนาเรื่อง "รัฏฐาธิปัตย์" เอื้อประโยชน์รัฐประหาร หรือทำลายระบบนิติธรรม โดยนายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากคำพิพากษาศาลฎีกาเลขที่ 45 /2496 ระบุรับรองให้อำนาจเบ็ดเสร็จหรือรัฏฐาธิปัตย์แก่คณะปฏิวัติรัฐประหารที่ยึดอำนาจได้สำเร็จ สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้หมด ตราบเท่าที่ยังรักษาอำนาจไว้ได้ ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย
ทั้งนี้ การนิรโทษกรรมตัวเองของคณะรัฐประหารที่ผ่านมาจะเป็นการเขียนจำกัดไว้เฉพาะช่วงเวลาใดๆเวลาหนึ่ง ระบุเฉพาะเหตุการณ์นั้นๆ แต่รัฐธรรมนูญ 2550 ในบทบทเฉพาะกาล มาตรา 309 กลับเขียนครอบคลุมทั้งอดีต ปัจจุบัน รวมไปถึงอนาคตว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาไม่ถือว่าเป็นความผิด กลายเป็นที่มาของความขัดแย้งกับ รัฐธรรมนูญมาตรา 6 ระบุว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ไม่มีอะไรมาขัดแย้งได้
นายโภคิน กล่าวว่า แนวคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 จึงเป็นคนละเรื่องกับ การช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการป้องกันไม่ให้คนที่ทำการยึดอำนาจนิรโทษกรรมความผิดของตัวเอง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นแค่เหยื่อ อาจได้ประโยชน์แค่บางส่วน แต่หากยังให้การรับรองคนที่ยึดอำนาจ ประชาธิปไตยก็อยู่ไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ทางออกเพื่อไม่ให้เกิดการยึดอำนาจ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ทราบว่าใครจะมาเป็น ส.ส.ร. ควรกำหนดว่า ว่าคำสั่งที่เขียนโดยคณะปฏิวัติไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และ การนิรโทษกรรมตัวเองของคณะปฏิวัติถือว่า ขัดต่อหลักนิติธรรม
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ความขัดแย้งในปัจจุบันที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ และหยั่งลึกลงไปทุกที่ สิ่งที่จำเป็นคือผู้รักษากติกาที่เป็นธรรมเชื่อถือ เพราะหากผู้รักษากติกาไม่เป็นที่เชื่อถือก็จบ คนก็จะไปหาวิธีระงับความขัดแย้งวิธีอื่น ทั้งนี้จากเหตุการณ์ยึดอำนาจ 2549 พบว่าบทบาทของตุลาการเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งก่อนและหลังยึดอำนาจ ซึ่งถือว่าเป็นทั้งตัวการและผู้สนับสนุน รวมทั้งได้รับตำแหน่งที่คณะยึดอำนาจโปรยมาให้
ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ หรือองค์อำนาจสูงสุดในรัฐ คือพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ทหาร หรือ กลุ่มปฏิวัติ และที่สำคัญการมีองค์อำนาจดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำอะไรก็ได้ หรือออกกฎหมายใดก็ได้ เช่น มาตรา 309 ที่ระบุถึงการนิรโทษกรรมให้กับคณะปฏิรูป ที่สุดท้ายแม้แต่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้า คมช. ก็ยังมาร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ไม่มีใครอยากเห็นการปฏิวัติในประเทศไทยอีก ซึ่งนอกจากจะ หวังพึ่งศาลแล้ว ยังต้องพึ่งประชาชน ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในตัวเองได้ เพราะไม่เกิน 4 ปี อำนาจกลับมาอยู่ประชาชน ขอร้องทหารไม่ต้องมาก่อน ให้ประชาชนแก้ปัญหาด้วยตนเอง
นายอุดม มั่งมีดี อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา กล่าวว่า ความยุ่งยากวุ่นวายในบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้เป็นเพราะศาล หากยังทำตัวให้ประชาชนขาดศรัทธา ประชาชนก็ไม่เชื่อถือในสถาบันของศาล ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหาร คือการต้องลบข้อกฎหมายของศาลฎีกาที่ว่าหลังยึดอำนาจสำเร็จ คณะยึดอำนาจจะได้รัฎฐาธิปัตย์ออกไป รวมทั้งต้องเขียนกฎหมายบังคับศาลให้ใช้กฎหมายที่ได้รับรองและจากรัฐสภาเท่านั้นไม่ใช่กฎหมายที่มาจากการยึดอำนาจ
ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า แนวทางการป้องกันรัฐประหาร นั้นตุลาการต้องพร้อมวินิจฉัย ว่าคำสั่งของคณะรัฐประหารไม่ชอบ โดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะต้องพิจารณาแล้วแล้วลงมติ จากนี้ไปการรัฐประหารเป็นสิ่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จะอ้างคำพิพากาษขอศาลฎีกาในอดีตไม่ได้
ทั้งนี้ ถ้าจะให้ดี ผู้พิพากษาทั้งหมดต้องร่วมกันเห็นชอบแล้วประกาศต่อสาธารณะ ส่วนจะออกกฎหมาย หรือเขียนกำหนดในรัฐธรรมนูญหรือไม่ต้องพิจารณา ส่วนหนึ่งอาจเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้วเชื่อมโยงไว้ในคำปฏิญาณ ของคณะผู้พิพากษาว่าจะรักษารัฐธรรมนูญและไม่ยอมรับคำพิพากษาใดๆ ที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ หรือขัดหลักนิติธรรม นอกจากนี้จะต้องสร้างประชามติมหาชน ว่าไม่ยอมรับการรัฐประหาร
นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า จากที่มีการระบุว่า สถาบันตุลาการเป็นผู้สนับสนุนการรัฐประหารนั้น ขอยืนยันว่าสถาบันตุลาการไม่ใช่ต้นเหตุ เพราะหากย้อนดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาเกิดจากวิกฤตทางการเมืองที่มีการคอรัปชั่น ทุจริต และ สถาบันนิติบัญญัติอ่อนแอ ทั้งนี้ ศาล 80 เปอร์เซ็นต์ มีความน่าเชื่อถือ ที่ผ่านมามั่นใจว่าศาลยุติธรรมรับฟังเสียงของประชาชน ไม่เคยลูบหน้าปะจมูก ศาลป็นที่พึ่งของประชาชนได้







