
ไทยพร้อมหนุนลาวสู่ประชาคมอาเซียน
ไทยพร้อมหนุนลาวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 เร่งขยายสะพานมิตรภาพแห่งใหม่-สร้างมาตรการป้องกันหมอกควัน
ไทยพร้อมหนุนลาวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 เร่งขยายสะพานมิตรภาพแห่งใหม่-สร้างมาตรการป้องกันหมอกควัน
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมลาวพลาซ่า กรุงเวียงจันทร์ ประเทศลาว ได้มีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส หรือ เอสโอเอ็ม ในคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ หรือ เจซี ไทย-ลาว ครั้งที่ 17 โดยประเทศลาวในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม มีนายบุนเกิด สังสมสัก ผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศลาว เป็นประธานคณะเจซีฝ่ายลาว ส่วนฝ่ายไทย มีนายเฉลิมพล ทันน์จัตร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานคณะเจซีฝ่ายไทย
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวจะแบ่งการหารือออกเป็น 3 กลุ่มย่อย ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง สังคมและความร่วมมือต่างๆ และด้านเศรษฐกิจ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 50 คน พร้อมด้วยสื่อมวลชนไทยและลาวให้ความสนใจการประชุมดังกล่าวเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ดี จุดประสงค์ของการประชุมเพื่อกำหนดประเด็นหารือให้กับการประชุมเจซี ในระดับรมว.ประเทศของไทยและลาว เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมความร่วมมือและผลักดันให้ลาว พร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 อาทิ การติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 4 เชื่อมเชียงของ (ไทย) และบ่อแก้ว (ลาว)ที่มีกำหนดเสร็จในปีหน้า และโครงการในอนาคตอย่างการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งใหม่ เชื่อมจังหวัดบึงกาฬเข้ากับเมืองปากซัน ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่ในแขวงบอลิคำไซของลาว
นอกจากนี้ ไทยจะเสนอให้มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ไปประจำสถานเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในอนุภูมิภาค รวมถึงความร่วมมือในการแก้ปัญหาหมอกควัน โดยผู้แทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของทั้งสองประเทศ ได้หยิบยกเรื่องการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาใช้ในการแก้ปัญหาดังกล่าวที่กำลังส่งผลกระทบทั้งไทย -ลาว -พม่า และการป้องกันไฟป่าที่จะเกิดขึ้นในฤดูแล้งด้วย
ด้านสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (เนด้า) ในสังกัดกระทรวงการคลัง ยังได้เข้าไปช่วยปรับปรุงถนนสาย ที่ 2 เชื่อมสนามบินวัดไตเข้าสู่ใจกลางกรุงเวียงจันทร์ และทำท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม มีกำหนดเสร็จเดือนมิ.ย.นี้ และเตรียมเสนอโครงการทำเส้นทางยุทธศาสตร์เชียงใหม่-เวียงจันทร์ เชื่อมถนนจากจังหวัดอุตรดิตถ์เข้าสู่แขวงชัยบุรีของลาวด้วย
ทั้งนี้ การที่ไทยต้องเข้าไปให้การสนับสนุนลาว เนื่องจากประเทศลาวถือเป็นจุดยุทธศาสตร์การคมนาคมสำคัญของอาเซียนที่สามารถเชื่อมต่อ 10 ประเทศเข้าด้วยกัน และจะเชื่อมไปถึงจีนและเวียดนาม ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางสั้นที่สุดด้วยอีกทั้ง ไทยจะได้ประโยชน์ในเรื่องการขนสินค้าส่งออก การเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่บูรณาการเข้าด้วยกัน นำไปสู่การเพิ่มพูนขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอาเซียน ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามเสาเศรษฐกิจโลกในอนาคต เช่นเดียวกับจีนและอินเดีย







