
เมืองเบียร์มองไทย
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. รอล์ฟ ชูลเซ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย จัดงานเลี้ยงน้ำชาพบสื่อมวลชนในไทยจากหลายแขนงสำคัญ เนื่องในโอกาสความสัมพันธ์ไทยเยอรมนี 150 ปี ได้ฟังหลายเรื่องราวจากมุมมองของท่านทูตครับ
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. รอล์ฟ ชูลเซ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย จัดงานเลี้ยงน้ำชาพบสื่อมวลชนในไทยจากหลายแขนงสำคัญ เนื่องในโอกาสความสัมพันธ์ไทยเยอรมนี 150 ปี ได้ฟังหลายเรื่องราวจากมุมมองของท่านทูตครับ
ท่านทูตเข้ารับตำแหน่งประจำประเทศไทยตั้งแต่เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว แน่นอนท่านผ่านช่วงวิกฤตน้ำท่วมใหญ่เหมือนคนไทยอีกมาก ซึ่งขณะนี้เยอรมนีก็ให้ความช่วยเหลือด้านการบูรณะโบราณสถานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วย โดยความช่วยเหลือจากเยอรมนีที่ให้กับไทยนั้นคิดเป็นมูลค่ารวม 1.5 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 4.5 ล้านบาท)
เยอรมนีถือเป็นพี่ใหญ่ของสหภาพยุโรปและกลุ่มยูโรโซนที่ลงทุนและทำมาค้าขายกับเมืองไทยมานานนม สินค้าคุณภาพจากเมืองเบียร์คนไทยรู้จักคุ้นเคยกันมานาน โดยเฉพาะรถยนต์ น่าสนใจครับ ท่านทูตชูลเซมองสถานการณ์น้ำท่วมในไทยแบบในทางบวกที่คนไทยน่าเอาแบบอย่าง ว่าน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีระบุไว้ในตำรา ไม่มีสูตรแก้ไขตายตัว ที่ผ่านมาไทยทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
เมืองไทยในสายตาคนเยอรมันนั้นถือว่าเป็นบวกมากๆ มีนักท่องเที่ยวเมืองเบียร์มาเมืองไทยปีละ 5 แสนคน ไหนจะมีคนที่อพยพมาอาศัยอยู่ในเมืองไทยอีกถึง 5 หมื่นคน จำนวนนี้เห็นได้เยอะครับที่แต่งงานกับคนไทย
ที่สำคัญ ท่านทูตชูลเซ หลังจากที่เคยรับตำแหน่งในหลายประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่านบอกว่าไทยมีจุดเด่นเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางการบิน มีระบบสาธารณูปโภคครบครัน มีท่าเรือที่ดี ประเทศไทยมีความน่าดึงดูดอยู่มาก ซึ่งเยอรมนีหวังว่าในปีนี้การค้าระหว่างกันจะเพิ่มมากขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลักทีเดียว
ในส่วนนี้ ถ้ามองกันจริงๆ ก็ต้องยอมรับครับว่า ที่ตั้งภูมิศาสตร์เมืองไทยมีข้อได้เปรียบชาติอื่นๆ มาก คือ การเป็นจุดศูนย์กลางการบินของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกันก็เป็นศูนย์กลางคมนาคมเชื่อมต่อในอินโดจีนและพม่า
ลองนึกภาพดูครับ ในขณะนี้เส้นทางเดินรถเริ่มได้รับการเชื่อมต่อจากไทยไปลาว เวียดนาม กัมพูชา ถ้าพม่าพร้อมเมื่อไหร่ก็จะเชื่อมกันได้อีก ในแผนที่โครงการรถไฟความเร็วสูงของจีนกรุงเทพฯ และเมืองไทยนี่แหละครับที่จะเป็นศูนย์กลางสำคัญเชื่อมมาตั้งแต่จีนเข้าลาว มาไทย ไปเวียดนาม ไปมาเลเซีย ไปสิงคโปร์
น่าเสียดายท่านทูตชูลเซไม่ขอตอบคำถามต่อความเสี่ยงเกี่ยวกับการเมืองไทยในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่ปัญหาการเมืองไทยนั้นถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในทุกๆ เรื่องของประเทศนี้จริงๆ
แต่ก็ไม่เป็นไร เห็นเยอรมนีมองไทยแบบนี้แล้วก็ชื่นใจ ที่ไทยยังคงเป็นศูนย์กลางในหลายๆ เรื่อง ยังมีอนาคตทางการค้าและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่ออาเซียนจะกลายมาเป็นชุมชนเศรษฐกิจร่วมกันในปี 2558 นี้ ซึ่งเยอรมนีมองว่าไทยจะเป็นผู้นำสำคัญทีเดียว
เชื่อว่า เมืองไทยมีดีโดยตัวมันเองอยู่แล้วครับ แต่นั่นแหละ ก็ต้องอยู่ที่คนไทยและการเมืองไทยว่าจะเป็นผู้ทำลายตัวเองหรือเปล่า..!







