
สันติยันเด้งพนิตาทำถูกต้อง
สันติยันทำถูกต้องแล้วเด้งพนิตา ลั่นต้องดูแลผลประโยชน์ชาติ ชี้คนเป็นข้าราชการต้องทำตามระเบียบกฎหมายไม่หวั่นโดนฟ้อง
สันติยันทำถูกต้องแล้วเด้งพนิตา ลั่นต้องดูแลผลประโยชน์ชาติ ชี้คนเป็นข้าราชการต้องทำตามระเบียบกฎหมายไม่หวั่นโดนฟ้อง
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าตั้งคณะกรรมการสอบสวนนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งถูกกล่าวหากรณีเบิกจ่ายเงินบริจาคใช้ในการเดินทางไปต่างประเทศว่า จริงแล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆกับอดีตท่านปลัดฯ แค่ทำตามที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.มีเอกสารแจ้งมาและก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและเรียกเงินคืน จริงๆแล้วไม่ได้มีโทษทัณฑ์อะไร และไม่เชื่อว่าจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรค เพราะเป็นเรื่องของปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน
"เรื่องนี้แค่ทำตามกฎระเบียบและกฎหมาย และผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง การใช้เงินของส่วนราชการ งบประมาณไม่ถูกไม่ต้องเราก็ต้องตรวจสอบ เพราะเป็นความจำเป็นต่อการบริหารราชการที่ดี ไม่ได้มีเรื่องของความขัดแย้งหรือสิ่งใดๆ แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติดูแลบริหารราชการแผ่นดินธรรมดา และหากพรรคเพื่อไทยจะตั้งกระทู้ถามผมในเรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหาเพราะทำตามกฎหมาย และโดยส่วนตัวไม่ได้มีความขัดแย่งของใครทั้งสิ้น แม้แต่ตัวปลัดฯเองก็ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกัน"นายสันติ กล่าว
นายสันติ กล่าวว่า คิดว่านายประวัฒน์ อุตตโมต ซึ่งเป็นน้องชายนางพนิตาก็คงต้องเข้าใจ แต่การตั้งคณะกรรมการสอบตามการสั่งการของ สตง.นั้น ทำให้นายประวัฒน์เสียใจ และตนเองก็เสียใจเหมือนกัน การทำงานในหน้าที่ ก็ต้องเป็นการทำงานในหน้าที่ก็คงไม่ได้เลือกปฏิบัติว่าคนนั้นคนนี้เป็นใคร และคนที่เป็นข้าราชการแผ่นดินก็ต้องทำตามระเบียบของกฎหมาย
“ผมจะทำอย่างไรได้ในเมื่อ สตง.ทำหนังสือมาอย่างนั้น ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย สอบแล้วได้ผลอย่างไรก็ค่อยว่ากัน แต่ก็ขอให้ทางคณะกรรมการให้ความเป็ฯธรรมกับท่านปลัดฯก็เท่านั้นเอง ทุกอย่างกำลังดำเนินการอยู่” นายสันติ กล่าว
นายสันติ กล่าวว่า กรณีที่นางพนิตา จะเดินทางไปยังศาลอาญาเพื่อยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีอาญา ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตร 157 นั้น เป็นสิทธิของเขา คงดำเนินการได้ ไม่ได้มีปัญหาถ้าหากตราบใดที่ทุกคนทำในสิ่งที่ถูกต้องตรงไปตรงมา อะไรที่เป็นสิทธิก็เป็นสิทธิ ส่วนที่นางพนิตา ยื่นคำขาดว่าหากยังไม่มีความชัดเจนอาจจะยื่น ฟ้องไปยังคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมหรือ ก.พ.ค.นั้น คงเรียนว่าทุกอย่างที่เป็นสิทธิก็ดำเนินการได้ แต่ก็ยังยืนยันว่าดำเนินการทุกอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอคติใดๆทั้งสิ้น







