
พักหนี้ดี-เครดิตเสียขอกู้แบงก์หมายหัว
เครดิตบูโร งอกบัญชีพักหนี้ตามนโยบายรัฐ ใครเข้าโครงการไม่ถือเป็นหนี้เสีย แต่จะกู้เพิ่มได้หรือไม่อยู่ที่ธนาคาร
เครดิตบูโร งอกบัญชีพักหนี้ตามนโยบายรัฐ ใครเข้าโครงการไม่ถือเป็นหนี้เสีย แต่จะกู้เพิ่มได้หรือไม่อยู่ที่ธนาคาร
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ลูกหนี้ที่เข้าโครงการพักชำระหนี้ของรัฐ เช่น พักหนี้ในโครงการบรรเทาผลกระทบผู้ประสบอุทกภัย และลูกหนี้ชั้นดีที่มีหนี้ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย ลูกหนี้เหล่านี้จะถูกขึ้นบัญชีเป็นลูกหนี้พักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐ เช่นเดียวกับกรณีที่รัฐบาลและกระทรวงการคลังกำลังหาข้อสรุปเรื่องการดำเนินโครงการพักชำระหนี้ลูกหนี้ชั้นดีที่มีหนี้ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย หากมีความชัดเจน เชื่อว่าลูกหนี้ที่เข้าโครงการนี้จะต้องขึ้นบัญชีเป็นลูกหนี้ " พักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐ " เช่นเดียวกับโครงการก่อนหน้านี้
ลูกหนี้กลุ่มนี้ไม่ถือว่าอยู่ในบัญชีดำ จะมีสถานะดีกว่าลูกหนี้ที่ถูกขึ้นบัญชีหนี้เสีย เพราะถือว่าเป็นลูกหนี้ที่มีปัญหาและยังยอมรับว่ามีปัญหาและยินยอมที่จะเข้าโครงการเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ หรือยอมรับแนวทางการแก้ไขปัญหาจากสถาบันการเงิน จึงจัดเป็นลูกหนี้ที่เกือบอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนประเด็นที่พักหนี้ไปแล้วจะขอสินเชื่อเพิ่มอีกได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่ที่เงื่อนไขในแต่ละโครงการละโครงการว่าจะอนุมัติให้ขอกู้ได้เพิ่มเติมหรือไม่ เช่นกรณีลุกหนี้ที่พักชำระหนี้ในโครงการน้ำท่วม บางรายยังสามารถขอสินเชื่อเพื่อไปซ่อมบ้านได้
อย่างไรก็ดีปัจจุบันในบรรดาสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐมีเพียงธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. แห่งเดียวที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร จึงทำให้ลูกค้าเกษตรกรของ ธ.ก.ส. ไม่มีประวัติในเครดิตบูโร ดังนั้นกรณีที่ธนาคารรัฐแห่งอื่นจะปล่อยกู้ให้ลูกหนี้เกษตรกร หรือนอกภาคเกษตร จะต้องทำการสอบถามข้อมูลเรื่องสถานะลูกหนี้จาก ธ.ก.ส. เอง
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการให้รางวัลลูกหนี้ดีที่มีวินัยทางการเงินจะมี 2 แนวทางให้เลือก 1.ไม่ต้องจ่ายเงินต้น แต่ให้จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยและไม่ให้กู้เพิ่ม กับกรณีที่ 2.ลดดอกเบี้ยให้ 2% และยังให้กู้เพิ่มได้อีก 20% ของวงเงินที่เคยผ่อนชำระไปก่อนหน้านี้
ทั้งนี้เห็นว่ากรณีที่ลูกหนี้มีภาระหนี้ 5 แสนบาทหากผ่อนชำระค่างวดตามปกติเดือนละ 4,000-5,000 บาท จะต้องใช้เวลา 7-10 ปี และกรณีที่ลูกหนี้ขอพักชำระหนี้ไปอีก 3 ปีเท่ากับลูกหนี้จะต้องยืดระยะเวลาการเป็นหนี้นานไปอีก 10-13 ปี ซึ่งจะยิ่งสร้างภาระให้ในระยะยาวและอาจมีปัญหากรณีที่อยากกู้เงินเพิ่ม ส่วนกรณีที่ลูกหนี้เลือกลดดอกเบี้ย 2% เท่ากับลูกหนี้จะได้ลดภาระดอกเบี้ยไปปีละประมาณ 1 หมื่นบาท เฉลี่ยเดือนละ833 บาท
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กรณีลูกค้าที่มีสถานะพักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐจากเครดิตบูโรจะมาขอสินเชื่อกับธนาคารนั้น คงต้องรอดูก่อนว่ารายละเอียดของโครงการจะออกมาในรูปแบบใด หากเป็นการลดดอกเบี้ยให้ก็คงไม่มีปัญหา แต่หากเป็นการพักชำระหนี้โดยหลักการก็ต้องพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ ทั้งนี้ คาดว่าสมาคมธนาคารไทยน่าจะมีการหารือกันในเร็วๆ นี้
นายสุภัค ศิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ลูกหนี้จะกู้เงินเพิ่มอีกได้หรือไม่ขึ้นกับความสามารถในการชำระหนี้ แม้จะพักชำระหนี้แต่หนี้ก็ยังอยู่ เป็นไปตามระบบบริหารความเสี่ยงของธนาคาร







