
ดินเนอร์สัญจร สไตล์ “เจี๋ยมเจี๊ยม”
สำหรับนักการเมืองผู้คว่ำหวอดต่างรับรู้ทิศทางลมเป็นอย่างดี จึงต้องทำตัวเจี๊ยมเจี๋ยมกำหนดจังหวะรุกรับในพื้นที่อย่างเหมาะสม
สำหรับนักการเมืองผู้คว่ำหวอดต่างรับรู้ทิศทางลมเป็นอย่างดี จึงต้องทำตัวเจี๊ยมเจี๋ยมกำหนดจังหวะรุกรับในพื้นที่อย่างเหมาะสม
โดย....ทีมข่าวการเมือง
ไมมีท่าทีดุดัน ไม่มีวาจาท้าทาย เกทับบลั๊ฟแหลก และไม่มีเสียงเพลงตามคำขอนะคร้า
บรรยากาศแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เวลาสองทุ่มของคืนวันที่ 19 มี.ค. ณ ห้องโถงใหญ่ โรงแรมฮิลตัน อันเป็นสถานที่ จัดเลี้ยงสังสรรค์ให้กับ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี ที่เดินทางมาร่วมประชุมครม.สัญจร จ.ภูเก็ต
ค่ำคืนก่อนวันประชุมครม.สัญจร โดยเฉพาะสองครั้งที่ผ่านมา คือ จ.เชียงใหม่ พื้นที่บ้านเกิดนายกฯยิ่งลักษณ์ และ จ.อุดรธานี ฐานเสียงขนาดใหญ่ของพรรคเพื่อไทยและยังเป็นเสมือนบ้านแห่งที่สองตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยกล่าวไว้
ล้วนเต็มไปด้วยบรรยากาศการต้อนรับครม.อบอุ่นคึกคักพร้อมกับทุ่มทุ่นเลี้ยงฉลองสุดเอิกเกริก สร้างวัฒนธรรมอวดบารมีความยิ่งใหญ่ของนักการเมือง ตั้งแต่การหาสถานที่จัดเลี้ยงรับรอง ครม. บริเวณภายในหมู่บ้านกรีนวัลเลย์อ.แม่ริม จ .เชียงใหม่ ของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ต่อมาพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ไม่ยอมน้อยหน้าเปิดล บ้านพักเนื้อที่ 10 ไร่ ต.บ้านเลื่อม จ.อุดรธานี ระดมโต๊ะจีนนับพันโต๊ะ กวาดต้อนร้านค้าอาหารให้มาตั้งซุ้มบริการ จ้างวงดนตรีชื่อดังมาขับกล่อมบรรดาเสนาบดีอำมาตย์เพื่อไทย
แต่สำหรับการเดินทางมาเยือนภูเก็ตครั้งนี้ แม้ใช้โรงแรมหรูระดับห้าดาว เป็นสถานที่เลี้ยงรับรอง ทว่าเรื่องของความคึกคักดูลดน้อยถอยลงอย่างเห็นได้ชัด จริงอยู่ถึงจะมีความฮือฮาอยู่บ้างจากการแต่งกายของนายกฯยิ่งลักษณ์ ด้วยการสวมใส่ชุดพื้นเมืองสุดสวย ตามคอเลคชั่นสีบานเย็นเข้าร่วมงานเตะดาผู้คนที่ผ่านมาพบเห็น ขณะที่ ครม.ฝ่ายชายสวมใส่ชุดพื้นเมืองสีเขียว เว้นแต่ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯ มาในชุดแจ๊กเก็ต และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ สวมใส่สูทสีดำ นั่งร่วมโต๊ะกับนายกฯปูด้วยอาการสงบ ไม่ส่งเสียงมึงมาพาโวย คุยฟุ้งเหมือนคราวไปโชว์ลูกคอบนเวทีเสื้อแดง จ.อุดรธานี จะด้วยการเหน็บแนมพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างประชาธิปัตย์ให้พี่น้องแดงอุดรที่มาร่วมกินเลี้ยงนับพันคน ว่า “ประชาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายค้านตลอด ไปเพราะรัฐบาลเพื่อไทยขออยู่ยาว 12 ปี” “ จะพาพ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน” ด้วยวิธีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เมื่อมาอยู่บนเกาะภูเก็ตกลับไม่มีคำพูดเหล่านี้ออกมาแต่อย่างใดต่างเก็บอาการท่าทีท้าทาย
ขณะที่โต๊ะข้างๆนายกฯ เป็นกลุ่มรัฐมนตรีรุ่นใหม่ไฟแรง ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รมช. เกษตรและสหกรณ์ ภูมิ สารผล รมช.พาณิชย์ นลินี ทวีสิน รมต.สำนักนายกฯ ที่สำคัญมี สันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั่งข้างๆณัฐวุฒิ แต่ละรายพูดน้อยสงวนท่าที ขณะที่จิตใจภายในไม่ทราบได้กำลังครุ่นคิดเรื่องคาใจอะไรบางอย่างหรือไม่ หรือจะเป็นปัญหาความลขัดแย้งภายในพรรคหรือไม่ โดยเฉพาะสันตินิ่งเงียบคิดถึงผลพวงจากการย้าย นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงพม.หรือไม่ จึงทำให้ ณัฐวุฒิต้องหามุกหยอกเย้า จนมีเสียงหัวเราะขึ้นมาบ้าง
ท่ามกลางสื่อมวลชนเฝ้าจับจ้องความเป็นไปของ ครม. เตรียมกิจกรรมมรื่นเริงบันเทิงใจต่อหน้าคหบดี นายหัวภูเก็ต ที่มาร่วมโต๊ะขนาดไหน ปรากฎว่าผิดคาดได้เพียงเปิดโอกาสให้สื่อบันทึกภาพรอยยิ้มพิมพ์ใจของนายกฯบนโต๊ะวีไอพี จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่รปภ.เชิญให้คณะสื่อมวลชนออกจากห้องจัดงานเลี้ยงก่อนปิดประตูไม่ให้เห็นถึงความเป็นไปภายใน
ถึงกระนั้นขณะเมนูทะเลสดเสริฟมาเรื่อยๆ มีเสียงเล็ดรอของยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะเจ้าภาพ และ พร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อในฐานะคนภูเก็ต ส่งเสียงต้อนรับนายกฯ
ห้วงเวลาผ่านไปพอสมควร อาหารลงท้องเสร็จสรรพ แต่กิจกรรมชนิดที่มีแฟนคลังส่งเสียงเร่งเร้าให้นายกฯขึ้นร้องเพลงเหมือนคราวสุขสันต์เบิรดเดย์พี่ชาย พายัพ ชินวัตรที่ จ.อุดรธานี ไม่มีปรากฎ หรือจะเป็นการแสดงลีลาของร.ต.อ.เฉลิม ที่บอกว่า เวลาเดินทางไปที่ใด มักร้องเพลงสามเพลง แต่สำหรับเวทีเกาะสวรรค์แห่งนี้ กลับไม่มีความต้องการขึ้นไปเขย่าลูกคอ แถมยังขอตัวออกจากงานไปก่อนด้วยซ้ำ พลิกบทสังสรรค์สัญจรหงอยได้ใจ งานเลี้ยงจบลงไม่ยื้ดเยื้อ ต่างแยกย้ายไปพักผ่อนห้องใครห้องมัน
ขณะที่ พร้อมพงษ์ หนึ่งเดียวเพื่อไทยพื้นเพคนพังงาหลังเสร็จจากการรับรองนายกฯที่โรงแรมฮิลตัน ก็มาเลี้ยงต้อนรับสื่อมวลชนที่โรงแรมเมโทรโปลกันต่อ ซึ่งบรรยากาศไม่ได้ต่างจากงานเลี้ยงใหญ่ที่ฮิลตัน มีนักการเมืองท้องถิ่นร่วมงานบางตา สื่อมวลชนที่มาร่วมรับประทานอาหารใช้เวลาไม่นานก็ขออำลา ซ้ำเติมบรรยากาศเหงาเข้าไปอีก
ภาพงานเลี้ยงสังสรรค์อย่างคึกคักจากเชียงใหม่ อุดรธานี ไม่อาจนำมาใช้ได้ที่จ..ภูเก็ต ถือเป็นบทสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะภูมิภาคนิยมทางการเมืองได้อย่างดี พื้นที่ใดมีฐานเสียง แฟนคลับสนับสนุน แต่พื้นที่ใดนักการเมืองไม่ได้รับความนิยม ก็ย่อมเกิดอาการเฉาเป็นธรรมดา ไม่เฉพาะเพื่อไทยมาภาคใต้ หรือประชาธิปัตย์เหยียบถิ่นอีสาน ล้วนมีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
สำหรับนักการเมืองผู้คว่ำหวอดต่างรับรู้ทิศทางลมเป็นอย่างดี จึงต้องทำตัวเจี๊ยมเจี๋ยมกำหนดจังหวะรุกรับในพื้นที่อย่างเหมาะสม แต่ในแง่ของการเป็นรัฐบาลทำหน้าที่บริหารชาติบ้านเมืองจะเป็นภาคใด จังหวัดใด ก็ต้องพร้อมเหยียบได้ทุกพื้นที่เพื่อพัฒนาไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติ เมื่อถึงตอนนั้นผลพลอยได้ทางคะแนนนิยมจะกลับมาเอง







