posttoday
"สัญจรภูเก็ต"ตามรอยพี่ชายหวังฐานการเมือง

"สัญจรภูเก็ต"ตามรอยพี่ชายหวังฐานการเมือง

19 มีนาคม 2555

การประชุม ครม.สัญจร ภูเก็ต ไม่ต่างกับการเดินตามรอยเท้าพี่ชายที่หวังว่าจะสร้างโอกาสให้พรรคเพื่อไทยบ้าง

โดย....ธรรมสถิตย์  ผลแก้ว

"สัญจรภูเก็ต"ตามรอยพี่ชายหวังฐานการเมือง

ต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร จัดให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการบนเกาะภูเก็ต ระหว่างวันที่ 19-20 มี.ค.55   หลังจากดำเนินการจัดประชุมครม.สัญจรไปก่อนหน้านี้แล้ว 2 ครั้ง คือ จ. เชียงใหม่  และ จ.อุดรธานี   ต้องยอมรับว่าทั้งสองจังหวัดเป็นฐานเสียงใหญ่ของพรรคเพื่อไทย

เมื่อวงรอบสัญจรต้องกระจายตามภูมิภาคต่างๆ  จากเหนือมาอีสานต้องลงพื้นที่ภาคใต้กันบ้าง  แต่ทว่าการลงพื้นที่ภาคใต้แตกต่างจากสองภูมิภาคที่ผ่านมา เพราะพื้นที่แห่งนี้อุดมไปด้วยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้จะมีอำนาจรัฐในมือแต่การขับเคลื่อนนโยบายอาจไม่คล่องตัว  เมื่อฝ่ายบริหารยกทัพมาประชุมจ.ภูเก็ต  จึงเป็นโอกาสสำคัญถึงสำคัญที่สุด ที่จะตักตวงความนิยม แม้จะไม่ได้ผลสำเร็จเอย่างรวดเร็ว แต่ก็สร้างความหวังเล็กๆ ให้กับรัฐบาลเพื่อไทยที่จะแทรกซึมขยายฐานก่อนไปสู่เป้าหมายปักธงทางการเมืองในอนาคต 

เหตุผลการเลือก จ.ภูเก็ต  เพราะเป็น จังหวัดท่องเที่ยวพื้นที่ภาคใต้ชั้นนำของประเทศ ติดอันดับเกาะสวรรค์ระดับโลก  ตามที่ถูกกล่าวขานให้เป็น” ไข่มุกแห่งเอเชีย”  อีกทั้งความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รายได้ประชากรที่สูงขึ้น   สภาพของสถานที่ที่จัดอยู่ในระดับปลอดภัย   เมื่อนำครม.มาประชุม ณ ที่แห่งนี้ ยิ่งเป็นการการันตีความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ   

ขณะเดียวกัน เมื่อดูตามกำหนดการก่อนประชุม ครม. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต  มีการจัดคิวให้นายกฯลงพื้นที่ จ.พังงา วันที่ 19 มี.ค. เป็นจังหวัดติดกับจ.ภูเก็ต  ไฮไลท์สำคัญด้วยการให้พบปะกลุ่มสตรี  และปราศรัยนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งถือได้ว่า กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เป็นแบรนด์ประจำตัวของนายกฯยิ่งลักษณ์ไปแล้ว ไม่ว่าจะลงพื้นที่ใด จังหวัดใดต้องพ่วงกำหนดการปราศรัยนโยบายดังกล่าวเอาไว้  ถือเป็นงานถนัดที่สุดมากกว่านโยบายอื่นที่นายกฯยิ่งลักษณ์ทำได้  จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีการหวังผลทางการเมืองอีกเช่นกัน

อีกทั้งก่อนตัวจริงเสียงจริงระดับผู้นำประเทศจะเปิดปราศรัยชวนเชื่อชาวสตรี  วางแพลนให้ นลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ที่ถูกมอบหน้าที่ให้เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี  เดินสายปูพื้นความคิดตั้งแต่ จ.ยะลา  และ จ.พังงา  นายกฯจึงลงมาตอกเสาเข็มสร้างความนิยมทางการเมืองอีกรอบนั่นเอง  

"สัญจรภูเก็ต"ตามรอยพี่ชายหวังฐานการเมือง

ไม่แปลกจะได้ยินสำเนียงแหล่งใต้ที่เตรียมการมาอย่างดิบดีของนายกฯปู  ออดอ้อนตามความคาดมหมายที่ บีช วิลล่า แอนด์สปา จ.พังงา "อยากจะแหลงใต้ แต่แหลงใต้ไม่เป็น แต่รักพี่น้องคนใต้ทุกคน" ท่ามกลางเสียงปรบมือกลุ่มสตรีจังหวัดอันดามัน มารอต้อนรับ ตามที่ นลินีได้กะเกณฑ์ให้เกิดภาพความมั่นใจไว้ก่อนหน้านี้

พังงาจึงเป็นหนึ่งในจังหวัดเป้าหมายนำร่องฐานการเมือง  เพราะถ้าย้อนดูศึกชิงพื้นที่ในอดีต ตั้งแต่ยุคพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทยสามารถนำพา  กฤษ    ศรีฟ้า  เบียดเอาชนะ จุฤทธิ์   ลักษณะวิศิษฎร์ น้องชาย นายจุรินทร์  ลักษณะวิศิษฎร์ จากพรรคประชาธิปัตย์ คว้าตำแหน่ง ส.ส.พังงา ได้หนึ่งที่นั่ง เป็นการชนะจากการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ลงมาติดตามสถานการณ์สึนามิถล่มชายฝั่งทะเลอันดามัน และจัดให้มีการประชุม ครม.สัญจร จ.ภูเก็ต ติดตามการฟื้นฟูแก้ปัญหาสร้ร้างคะแนนนิยมมากโข  

การที่นายกฯยิ่งลักษณ์ เลือกพบปะปราศรัย จ.พังงา และประชุม ครม.สัญจร ภูเก็ต ไม่ต่างกับการเดินตามรอยเท้าพี่ชาย หวังว่าจะสร้างโอกาสให้พรรคเพื่อไทยบ้าง

ขณะที่การจัดวาระประชุมครม. ถือว่าเป็นจุดชี้วัดต่อการพัฒนากลุ่ม 5 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน  แน่นอนความโดดเด่นกลุ่มจังหวัดเหล่านี้คือแหล่งท่องเที่ยว  ขณะที่เหตุการณ์ภัยธรรมชาติจากสึนามิ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องติดตามอย่างไม่ประมาท  จะด้วยวางระบบเตือนภัย การเตรียมเครื่องไม้เครื่องมืออันทันสมัย   โครงการการปรับปรุงระบบสาธูรณูปโภค  การจัดระเบียบสถานที่พักอาศัย และการดูแลแหล่งทรัพยาธกรรมชาติทางทะเล  ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องไปพร้อมๆกัน เมื่อเช่นนี้ การนำเสนอวาระการประชุมในการพัฒนากลุ่มจังหวัดเหล่านี้จึงขาดไม่ได้ และ เป็นจุดขายของครม.ที่จะทำให้กับพี่น้องในกลุ่มจังหวัดเหล่านี้

"สัญจรภูเก็ต"ตามรอยพี่ชายหวังฐานการเมือง

ไม่เพียงแต่การเห็นชอบตามข้อเสนอสภาพัฒน์ฯ   ภาคธุรกิจเอกชน ในรูปของคณะกรรมการร่วมภาครัฐเอกชน (กรอ.ภูมิภาค ) ที่จะเสนอให้นายกฯ ในเย็นวันที่ 19 มี.ค.แล้ว ในการประชุมครม. วันที่ 20 มี.ค. ไม่อาจมองข้ามไปถึงถึงประเด็นการพัฒนาในส่วนของจังหวัดภาคใต้ที่นอกกลุ่ม อันดามัน โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  และโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล  ที่เป็นนโยบายพรรคเพื่อไทยในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดภาคใต้ อาจมีการหยิบขึ้นมาพูดคุยหรือแตะๆไว้ให้เป็นกระแสสร้างความฮือฮาให้คนพื้น ติดตามต่อไปในอนาคตจะกินดีอยู่ดี  

ในยามที่รัฐบาลตรงข้ามขั้วประชาธิปัตย์ขึ้นมาบริหาร กลุ่มจังหวัดภาคใต้จึงมักถูกเปรียบเปรยเป็นกลุ่มจังหวัดลูกเมียน้อยของการ พัฒนา   ประจักษ์ชัดจากการลงพื้นที่ตรวจราชการ เป็นไปในลักษณะครั้งคราว   โดยมีบรรดารัฐมนตรีเชื้อสายคนใต้เท่านั้นแวะเวียนพื้นที่ 

ไม่ว่าจะเป็น ยงยุทธ  วิชัยดิษฐ์  รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ณัฐวุฒิ  ไสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงมาชิมลางติดตามแก้ปัญหายางพารา โดยไม่นับรวม พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกฯ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ ที่ลงมาปฏิบัติภารกิจติดตามการแก้ปัญหาความไม่สงบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ใน กรณีที่มีสถานการณ์ใหญ่โตตามกระแสเท่านั้น ซึ่งถ้าไม่ใช่ประเด็นคอขาดบาดตายจะไม่ยกทัพใหญ่ลงมาด้วยซ้ำ จึงทำให้เห็นถึงการจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาตามภูมิภาคเป็นไปตามฐานการเมือง

เมื่อจัดให้มีการประชุมครม.สัญจร จ. ภูเก็ตเช่นนี้  ถ้าไม่อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ในลักษณะจ่ายหนักจัดเต็มก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ถือเป็นนาทีทองในการสร้างโอกาสลบครหาไม่ได้เลือกปฏิบัติกับกลุ่มจังหวัด ลูกเมียน้อยอีกต่อไป

"สัญจรภูเก็ต"ตามรอยพี่ชายหวังฐานการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์สวมชุดสีบานเย็นร่วมงานเลี้ยงที่โรงแรมฮิลตันภูเก็ต เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

 

"สัญจรภูเก็ต"ตามรอยพี่ชายหวังฐานการเมือง ครม.สวมชุดสีเขียวร่วมงานเลี้ยงช่วงค่ำวันที่ 19 มี.ค.

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท