
กต.ยันไม่มีต่างประเทศเตือนพลเมืองมาไทย
กต.ลั่นไม่มีต่างประเทศประกาศเตือนนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย พร้อมประสานฝ่ายความมั่นคงดูแลความปลอดภัย
กต.ลั่นไม่มีต่างประเทศประกาศเตือนนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย พร้อมประสานฝ่ายความมั่นคงดูแลความปลอดภัย
เมื่อเวลา 11.00 น. ได้มีการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายนิคม ไวยรัชพาณิช รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม โดยนายสุธรรม พันธุศักดิ์ สว.สรรหา ได้ตั้งกระทู้ถามด่วน เรื่องนโยบายการต่างประเทศในการแก้ไขสถานการณ์จากเหตุการณ์ระเบิด 3 จุด ย่านสุขุมวิท 71
โดยนายสุธรรม กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศถูกลดความเชื่อมั่นในด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก รวมทั้งมีสถานทูต 14 ประเทศ ออกมาประกาศเตือนพลเรือนในการเดินเข้าประเทศไทย อย่างไรก็ตาม คนในชาติก็เกิดความรู้สึกหวาดระแวงทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงความมั่นคง
ส่วนกรณีนักโทษชาวอิหร่านที่ได้หนีไปประเทศมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้ยังไมได้ส่งตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย จึงอยากถามไปยังรมว.ต่างประเทศว่า มีนโยบายการทูตในโลกอิสลามอย่างไร เพื่อแสดงจุดยืนให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศ แล้วในส่วนนโยบายเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการท่องเที่ยวนั้นเป็นอย่างไร
นอกจากนั้น ยังต้องการทราบว่ามีประเทศใดบ้างที่ยกเลิกประกาศแจ้งเตือนพลเรือนของตัวเองแล้ว และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวถือเป็นอีกช่องทาง ที่คนร้ายจะสามารถหลบหนีเข้ามาเพื่อวางแผนก่อการร้าย ตรงนี้มีมาตรการอย่างไรเพื่อเป็นการปิดช่องโหว่
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ชี้แจงว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศมุสลิมทุกประเทศรวมถึงประเทศอิสราเอล ขณะนี้ไทยมีความพยายามที่จะรักษาความสมดุลระหว่างประเทศอิสราเอลกับประเทศมุสลิมและประเทศสหรัฐอเมริกา และไทยสามารถวางตัวเป็นกลางในเหตุการณ์ความขัดแย้งต่างๆ โดยไทยจะไม่เข้าไปสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และที่สำคัญได้ยึดหลักการสิทธิมนุษยชนและยึดหลักกฎบัตรของสหประชาชาติเป็นหลัก
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังประณามการก่อการร้ายและการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาทุกรูปแบบ ในทางตรงกันข้ามไทยกลับสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ซึ่งได้ยึดมั่นมาโดยตลอดผ่านวิถีทางการทูต และ กระทรวงต่างประเทศเองก็ได้ประสานไปยังหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับรูปคดีเป็นไปอย่างระมัดระวังรัดกุม
“จากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีประเทศใดหรือเขตเศรษฐกิจใดที่แนะนำให้คนในชาติหลีกเลี่ยงเดินทางมากรุงเทพแต่อย่างใด พูดง่ายๆ คือ 14 ประเทศ กับ 2 เขตเศรษฐกิจไม่ได้ประกาศห้ามคนในชาติมาท่องเที่ยวประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวอยู่ในความสนใจของสาธารณชนทั้งในและนอกประเทศ และได้มีการพูดถึงเบื้องหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นทางกระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงไปยังสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ทั่วโลกเพื่อให้การให้ข้อมูลของฝ่ายไทยเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน” นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของการชี้แจงต่อสื่อต่างประเทศ กระทรวงได้ออกข่าวสารนิเทศเพื่อให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงรวมถึงกระบวนการของไทยในการควบคุมสถานการณ์ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อความมั่นคง เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม กระทรวงได้กำชับให้สถานเอกอัครทูตและคณะผู้แทนถาวรสถานกงสุลใหญ่และสำนักงานเศรษฐกิจการค้าไทยทั่วโลก
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อเดือนมกราคาที่ผ่านมา ให้ระมัดระวังและตรวจตราชาวต่างชาติ รวมทั้งได้ประสานไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรักษาความปลอดภัยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการรวมตัวของนักท่องเที่ยวชาวต่างขาติ โดยมีการะประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น ส่วนประเด็นที่มีผู้มีอิทธิพลในสถานที่ท่องเที่ยว จะมีการประสานไปยังตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนต่อไป







