
ปฏิกิริยาหลังคลื่นลม"ธีรยุทธ"
ประเด็นน่าสนใจอยู่ตรงที่การทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นความรุนแรงได้
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
ห่างหายไป 2 ปี ด้วยปัญหาด้านสุขภาพ ธีรยุทธ บุญมี ผู้อำนวยการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลับมาอีกครั้งพร้อมเปิดแถลง “วิเคราะห์การเมืองไทย แนวโน้มของวิกฤตปัจจุบัน” ที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น
ประเด็นน่าสนใจอยู่ตรงที่การทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นความรุนแรงได้ ต้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย ยุติการสร้างเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างมวลชนทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง และกลับมารับโทษทางอาญา เพื่อรักษากระบวนการยุติธรรมของประเทศไว้ จากนั้นค่อยขอนิรโทษกรรม แม้เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ก็พร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่
แต่ละภาคส่วนมีปฏิกิริยาต่อบทวิเคราะห์นี้อย่างไร
พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงตอบโต้ทันควันว่า การออกมาใส่เสื้อกั๊กวิจารณ์การเมืองถือเป็นเรื่องดี แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ถึงไม่ออกมาวิจารณ์ตอนนั้น
“การทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ แบบนี้เป็นการวิจารณ์แบบสองมาตรฐานหรือไม่ แต่ก็ต้องรอดูว่าการออกมาวิจารณ์เป็นไปในทิศทางใด การอ้างว่าป่วยของ ธีรยุทธ ช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้นนานเกินไปหรือไม่ หรือป่วยการเมือง หรือว่ามีคนขอร้องไม่ให้ออกมาพูด”
ประชา ประสพดี สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่มองแนวคิด ธีรยุทธ เปรียบได้กับเป็นเสื้อกั๊กตกยุค และต้องถามว่าการวิเคราะห์วิจารณ์แต่ละครั้งทำให้บ้านเมืองดีขึ้นหรือไม่ วิจารณ์บนจิตอคติ มีปมด้อยมาโดยตลอด แม้จะฉลาดในเรื่องการแต่งหนังสือ แต่โง่ในเชิงบริหารบ้านเมือง ถ้าเก่งนักทำไมไม่ลงมาเล่นการเมือง
“การวิจารณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าเป็นตัวปัญหา ทำบ้านเมืองไม่เดินหน้านั้น ไม่จริงแน่นอน เพราะอดีตที่ผ่านมาผลงานปรากฏชัดว่าทำความสำเร็จอะไรไว้บ้าง สร้างความเจริญไว้เยอะแยะ”
ตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ข้าวยากหมากแพง ทำไมไม่ออกมาวิจารณ์บ้าง ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ดังนั้นเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าเลือกข้างหรือไม่ วันนี้ตัวปัญหาไม่ใช่ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นพวกที่อยู่หลังฉากคอยเคลื่อนไหวทางการเมือง ถ้าพวกนี้หยุดสร้างความวุ่นวายมันก็จบ ทำไมถึงไม่วิจารณ์ข้อเท็จจริงตรงนี้บ้าง น่าจะวิจารณ์อะไรให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า
บทวิเคราะห์ ธีรยุทธ ระบุว่า อีกนัยสำคัญ คือความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมจากการรวมศูนย์อำนาจและทรัพยากรไว้ที่รัฐ ซึ่งเป็นอีกชนวนหนึ่งที่ทำให้ประเทศเกิดปัญหา แม้ทางออกในระยะสั้นจะดูไร้วี่แวว ด้วยเหตุต่างฝ่ายไม่ยอมรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน เช่น เสื้อเหลือง เสื้อแดง ขณะที่การขยายตัวของเสื้อแดงจะส่งผลกระทบต่อสถาบัน กองทัพ และศาล ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิวัติย่อยๆ
ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ให้ความเห็นว่า การขยายตัวของคนเสื้อแดงจะไม่ส่งผลกระทบต่อสถาบัน เพราะคนเสื้อแดงและคนรากหญ้าไม่ใช่ตัวปัญหา แต่ปัญหาเกิดจากชนชั้นสูงที่ได้รับสิทธิเสรีภาพมากจนเกินไป
อย่างไรก็ดี หากดูจากแถลงการณ์จะพบจุดอ่อนหลายส่วนที่ขัดแย้งกัน อาทิ ที่ระบุว่าประชาชนได้รับประชาธิปไตย ภายหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ทั้งที่ความจริงนั่นคือจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่ไม่เคยพูดถึงทหารในการทำรัฐประหารว่าเป็นอย่างไร
ทั้งนี้ เป็นการส่อให้เห็นความคิด ธีรยุทธ ที่คล้อยเอียงไปในทิศทางชนชั้นสูง หรืออำมาตย์ และที่ผ่านมา ธีรยุทธ เข้าใจต้นเหตุของปัญหาผิด ยึดติดแต่ในเรื่องตัวบุคคลมากกว่าระบอบ หากยังมีวิธีคิดลักษณะดังกล่าว การแก้ไขปัญหาชาติก็คงเป็นไปไม่ได้
ประเด็นวิเคราะห์เกี่ยวกับระบอบสถาบัน ที่ต้องการให้ปรับตัวสอดรับกับยุคโลกาภิวัตน์นั้น ไม่ใช่ในลักษณะกษัตริย์นิยม
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ แสดงทรรศนะว่า ประเทศไทยมีการปกครองที่แตกต่างจากประเทศอื่น และที่ผ่านมาสถาบันได้ปรับตัวตามยุคตามสมัยตลอดเวลา ซึ่งการเทิดทูนสถาบันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นความสุข เนื่องจากอยู่คู่กับสังคมไทยมานาน ดังนั้นการวิเคราะห์ต้องชี้ขาดว่าเพราะอะไร อย่าออกมาแสดงความคิดแบบนักวิชาการหัวก้าวหน้า
ทั้งนี้ เห็นด้วยกับแนวคิดในการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศเพื่อรับโทษ แต่การที่บอกว่าที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองด้วยคนรวย ซึ่งมองว่าแตกต่างจากอีกหลายประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยคนยากจน ดังนั้นหากเป็นการวิเคราะห์ ก็ต้องบอกว่ามาจากฐานอะไร







