posttoday
กระทิงแดง ไม่หมดแรงแค่นี้

กระทิงแดง ไม่หมดแรงแค่นี้

18 มีนาคม 2555

“กระทิงแดง” ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตราสินค้าของไทยที่คนไทยรู้จักเท่านั้น

“กระทิงแดง” ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตราสินค้าของไทยที่คนไทยรู้จักเท่านั้น แต่ยังเป็นตราผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเอนเนอร์ยี ดริงก์ ที่สร้างชื่อเสียงในตลาดระดับโลก ภายใต้แบรนด์ภาษาอังกฤษที่ชื่อว่า “เรดบูล” (RedBull) อีกด้วย โดยเฉพาะตลาดในแถบประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป แอฟริกา และเอเชีย จากการเข้าเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมกีฬาระดับโลกหลักๆ หลายรายการ รวมถึงเป็นเจ้าของทีมแข่งรถสูตร 1 หรือฟอร์มูลาวัน (F1) ในชื่อเรดบูล ที่ทำให้คนไทยได้ภูมิใจว่า คนไทยเป็นเจ้าของทีมรถแข่ง F1 ที่ดีที่สุดในโลกทีมหนึ่ง

จากความสำเร็จของแบรนด์ “กระทิงแดง” ในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากการบริหารของทายาท ซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มผู้บริหารคนรุ่นใหม่ที่ “เฉลียว” วางตัวด้านธุรกิจไว้ก่อนหน้า ต่อการนำกิจการไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ โดยมีเอกบุรุษอย่าง เฉลียว อยู่วิทยา อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ในฐานะผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ที่แม้ว่าจะปรากฏตัวต่อสาธารณะไม่บ่อยครั้งนัก

ขณะที่ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มกระทิงแดงมี “สุทธิรัตน์ อยู่วิทยา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง ถือเป็นทายาทสายตรงที่เข้ามาสานต่อธุรกิจและวางกลยุทธ์ธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ๆ ซึ่ง “เธอ” เป็นบุตรสาวคนโตของ เฉลียว กับ ภาวนา หลั่งธารา ในลำดับที่ 6 จากจำนวนพี่น้องทั้งหมด 11 คน ที่เข้ามานั่งเก้าอี้ผู้บริหารนับเป็นเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในสายงานธุรกิจตลาดระหว่างประเทศ หลังจากที่ เฉลียว วางมือจากธุรกิจ และย้ายไปอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของกระทิงแดงในปัจจุบันแทน

ขณะนี้กระทิงแดงลงหลักปักฐานมั่นที่เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน ที่มีประชากร 1,300 ล้านคน ขนาดลงทุนซื้อตึกขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ลงทุนปรับโฉมหน้าเป็นอาคารสีชมพูหวานแหววเป็นหนึ่งเดียวในจีนที่ฮือฮากันทั้งเมือง

ส่งผลให้ในวันนี้ แม้จะสิ้นลมหายใจของ เฉลียว ไปแล้ว ทว่าบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง ยังคงเดินหน้าธุรกิจต่อไปภายใต้สโลแกนของกระทิงแดงที่ติดหูในปัจจุบันว่า “เป้าหมายมีไว้พุ่งชน” จากปัจจุบันที่มีทายาทในลำดับต่างๆ เข้ามานั่งเก้าอี้บริหารบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง เพื่อรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจที่ถนัด

กระทิงแดง ไม่หมดแรงแค่นี้

 

เปิดตำนานเจ้าพ่อกระทิงแดง

จากเซลส์ขายยาสู่เศรษฐีเบอร์ 3 ของเมืองไทย

หากพูดถึงชื่อของ เฉลียว อยู่วิทยา หรือโกเหลียว ในช่วงก่อนปี 2499 หลายคนคงต้องส่ายหน้า และไม่เชื่อว่าชายผู้นี้จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 3 ของเมืองไทย และอันดับ 205 ของโลก ด้วยทรัพย์สินกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

“เจ้าสัวเฉลียว” เองนั้นเกิดที่ จ.พิจิตร เกิดมาในครอบครัวยากจน ทำงานทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ด้วยความมุมานะ ไม่งอมืองอเท้า เจ้าสัวเฉลียว ได้เดินทางเข้ามายังกรุงเทพฯ เพื่อช่วยพี่ชายในร้านขายยา โดยเป็นเซลส์แมนขายยา “ออริโอมัยซิน” ของบริษัท เอฟ.อี.ซิลลิคฯ

การเป็นเซลส์ขายยาทำให้ เจ้าสัวเฉลียว เห็นว่า การขายยามีกำไรไม่ใช่น้อย และมีช่องทางการทำมาหากินอยู่ เลยตัดสินใจเลิกเป็นเซลส์แมน และหันมาเป็นตัวแทนนำเข้ายาเอง รวมถึงวัตถุดิบสำหรับผลิตยาในปี 2499

หลังจากนั้นก็ตั้งโรงงานผลิตยาขึ้นเองแถวหลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ ราชดำเนิน โดยช่วงแรกผลิตและจำหน่ายยาแก้อักเสบ ทีซี-มัยซิน ยาแก้โรคกระเพาะอลูแมกซ์ ยาแก้ท้องเสียเอ็นโดทาลีน จนมาตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล ในปี 2508 และขยายไปสู่ธุรกิจเครื่องสำอางในนามบริษัท ทีซี-มัยซิน อุตสาหกรรม ใช้แบรนด์ แท็ตทู เบบี้ดอล แต่เลิกกิจการไปในที่สุด เนื่องจากมีปัญหาสินค้าปลอมแปลง

ขณะที่เครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” นั้นเริ่มทำในปี 2518 และด้วยการทำตลาดแบบถึงลูกถึงคน ด้วยการใช้กลยุทธ์การแจกสินค้าให้ลูกค้าได้ทดลองชิมก่อน ทำให้เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาสิงห์รถบรรทุกและผู้ใช้แรงงานอย่างมาก

คนจะรวยช่วยไม่ได้ เมื่อจุดพลิกผันของเจ้าสัวเฉลียว ที่ทำให้กระทิงแดงผงาดออกไปทั่วโลกก็เกิดขึ้นเมื่อปี 2527 หรือ 10 ปีหลังจากเครื่องดื่มกระทิงแดงกำเนิดขึ้นในเมืองไทย เมื่อเศรษฐีชาวออสเตรียชื่อ ดีทริช เมเทสซิทซ์ ได้ชิมกระทิงแดงและติดใจในรสชาติ จึงติดต่อกับเจ้าสัวเฉลียวเพื่อขอซื้อสูตรกระทิงแดง เพื่อเอาไปผลิตและขายในต่างประเทศ

การติดต่อครั้งนี้ทำให้เกิดดีลการตั้งบริษัท เรดบูล (Red Bull GmbH) ในประเทศออสเตรีย โดย เฉลียว ถือหุ้น 49% และลูกชายคนโต เฉลิม ถือหุ้น 2% ซึ่งการตัดสินใจขายสูตรกระทิงแดงให้กับนักธุรกิจออสเตรียครั้งนั้น ถือว่าเป็นการเปิดประตูเส้นทางสู่ความเป็นเจ้าสัวของเฉลียวก็ว่าได้

เครื่องดื่มเรดบูลในต่างประเทศได้รับการต้อนรับอย่างดี เนื่องจาก เมเทสซิทซ์ วางตำแหน่งสินค้าของเรดบูลว่าเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานระดับพรีเมียม ไม่ใช่เครื่องดื่มให้พลังงานของชนชั้นแรงงาน และตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่สำคัญ เรดบูลได้ใช้กลยุทธ์การตลาดที่กระทิงแดงประสบความสำเร็จในไทยไปใช้ด้วยก็คือ การแจกสินค้าให้ลูกค้าทดลองดื่มก่อน

แน่นอน ไม่ว่าคนชาติใดในโลกย่อมชอบของ “ฟรี” ทำให้รสชาติเรดบูลกลายเป็นที่รู้จักของคนต่างชาติในเวลาไม่นานนัก

ประกอบกับกลยุทธ์การนำแบรนด์เรดบูลเข้าไปสนับสนุนการแข่งขันกีฬาโลดโผน หรือเอกซ์ตรีมเกมระดับโลกมากมาย ยิ่งทำให้ภาพของเรดบูลกลายเป็นเครื่องดื่มให้พลังงานสำหรับนักกีฬา ลบล้าง ความเป็นชนชั้นแรงงานเสียอยู่หมัด

ปัจจุบันกระทิงแดงมีโรงงาน 8 แห่ง ในออสเตรีย เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน (2 แห่ง) และไทย (2 แห่ง) และสินค้ามีวางขายใน 83 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดที่รุกเข้าไปนั้น เรดบูลสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดได้ระหว่าง 60-90% จนผู้บริหารได้ออกมาประกาศว่า เรดบูลคือผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในโลก

ขณะที่อาณาจักรกระทิงแดง หรือของกลุ่ม ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม ในวันนี้ ก็แสนจะแข็งแรง ไม่ได้มีแต่เครื่องดื่มกระทิงแดงเท่านั้น แต่ยังแตกหน่อไปยังเครื่องดื่มชาขาว เพียวริคุ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างน้ำส้มแบรนด์ “ฟรุ้ตฟิต ฟอร์ฟัน”

และยังมีบริษัท สยามไวเนอรี่ ที่คอยปั้นไวน์ไทยให้ขึ้นชั้นระดับโลก ทั้งขายไวน์มอนซูน แวลลีย์ และสปาย ไวน์คูลเลอร์

จะเห็นได้ว่า แม้ “เฉลียว” จะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่สิ่งที่เขาฝากไว้ในโลกแห่งนี้ คือ รากฐานธุรกิจที่แข็งแรง รวมถึงทายาทที่พร้อมจะสานต่อกระทิงแดงให้โลดแล่นไปในโลกธุรกิจนี้ต่อไปอีกนานแสนนาน...

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท