posttoday
กลบของแพง ค่าแรงเดือด

กลบของแพง ค่าแรงเดือด

17 มีนาคม 2555

ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่มีเพียงวาระเดียวคือการพิจารณาเรื่องค่าครองชีพและราคาสินค้าแพง

ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่มีเพียงวาระเดียวคือการพิจารณาเรื่องค่าครองชีพและราคาสินค้าแพง ที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญว่าต้องแก้ไขปัญหานี้เป็นเรื่องเร่งด่วน

ครม.นัดพิเศษนี้ใช้เวลาประชุมแก้ไขราคาสินค้าแพงเพียง 40 นาที ก็เลิก และผลการประชุมออกมาอย่างน่าผิดหวัง รัฐบาลไม่ได้มีมาตรการอะไรใหม่ในการแก้ไขปัญหาราคาสินค้า แถมยังยืนยันว่าราคาสินค้าที่สูงขึ้นกำลังเริ่มลดลงแล้ว มีเพียงราคามะนาวเท่านั้นที่แพงจริง

กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่สินค้ามีราคาแพงมากในช่วงเดือน ม.ค. ก็เพราะการผลิตสินค้ายังไม่กลับเข้าที่ หลายโรงงานที่โดนน้ำท่วมยังผลิตได้ไม่เต็มที่

“ในช่วง 2 เดือนแรก ราคาอาหารสำเร็จรูปได้รับผลกระทบ แต่จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงพาณิชย์ ที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านห้องปฏิบัติการ พบว่า ปลายเดือน ก.พ.-มี.ค. ราคาสินค้ามีการปรับตัวลดลงอย่างน่าพอใจ และการลดลงไม่ใช่เกิดจากการชะลอใช้จ่ายของผู้บริโภค” กิตติรัตน์ กล่าว

ทางด้าน บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ก็นำเอาข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์มาชี้แจงว่าราคาสินค้าทยอยลดลงจริง พร้อมนำตารางราคาขายปลีกสินค้าที่ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจตลาดสดสำคัญในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มาแสดง โดยสินค้าส่วนใหญ่มีราคาลดลงเมื่อเทียบกับวันที่ 13 มี.ค.ของปีที่แล้ว มีเพียงราคามะนาวที่แพงขึ้นตามสภาพอากาศและน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตน้อย ซึ่งเป็นปัญหาประจำอยู่แล้ว แต่สักระยะก็จะดีขึ้น ต่อไปกระทรวงพาณิชย์จะหาลู่ทางผลิตมะนาวเทียมออกมาจำหน่าย

รมว.พาณิชย์ ยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์ติดตามความเคลื่อนไหวราคาสินค้าทุกวัน และได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบตลาดสดหลายแห่งด้วยกัน พบว่าราคาสินค้า อาหารสด มีราคาลดลง ส่วนราคาปาล์มน้ำมันจะคงไว้ที่ 42 บาท และได้หารือผู้ผลิตค้าปลีก สามารถจำหน่ายปาล์มน้ำมันบรรจุขวดไม่เกิน 42 บาท และยืนยันว่ามีปริมาณเพียงพอ เพราะจากการสำรวจสต๊อกกว่า 2.1 หมื่นตัน สามารถใช้ได้ 23 เดือน จึงไม่มีเหตุใดที่จะทำให้เกิดภาวะขาดแคลน

อย่างไรก็ดี ข้อมูลราคาสินค้าที่ บุญทรง นำมาแสดงเป็นข้อมูลสินค้าเฉพาะรายการ ไม่ใช่เป็นรายการสินค้าสำคัญที่ประชาชนบริโภค อาทิ ข้าวสาร นมข้นหวาน

กิตติรัตน์ ยังย้ำว่า ในการประชุม ครม. ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ได้เข้าประชุม ยืนยันว่า ภาวะเงินเฟ้อไม่ได้มีปัญหา ภาวะการเปลี่ยนแปลงราคาเป็นเกณฑ์ปกติ มีแต่ราคาพลังงาน ซึ่งเกิดจากปัญหาในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น ราคาน้ำมันในประเทศก็แพงขึ้นตามไปด้วย และ ธปท.ไม่ได้ตั้งข้อสังเกตต่อกระทรวงพาณิชย์แต่อย่างใด

กลบของแพง ค่าแรงเดือด

 

“ต้องติดตามสถานการณ์น้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด แม้ราคาน้ำมันสูง แต่เมื่อราคาอาหารปรับตัวลงมาแล้ว ก็ไม่เป็นตัวกดดันเงินเฟ้อ ทั้งนี้นายกฯ กำชับให้ติดตามราคาสินค้าต่างๆ เป็นรายตัวในลักษณะห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นทาง ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ ปกติหรือไม่” รองนายกฯ กล่าว

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมได้ขอให้มีการทบทวนการใช้พลังงาน โดยตั้งเป้าหน่วยงานรัฐให้ลดการใช้พลังงานให้ได้ 10% พร้อมกันนี้จะให้มีการรณรงค์ภาคเอกชนตระหนักถึงการประหยัดพลังงาน

สำหรับการขอปรับราคาค่าขนส่ง ค่าโดยสารนั้น ขณะนี้มีคณะกรรมการที่มีปลัดกระทรวงพลังงานกำลังหารือกับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ ขนส่งสาธารณะ และขนส่งสินค้า จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบ ซึ่งได้มีการหารือกันอยู่ ขอให้ประชาชนเบาใจได้

“สำหรับนโยบายด้านพลังงานยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้” กิตติรัตน์ กล่าว

โอภาส เพชรมุณี ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก.ยังไม่ขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถเมล์ แม้ว่าราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นไปที่ลิตรละ 32.33 บาทแล้ว แต่ปลายเดือนนี้ ขสมก.จะทำโครงสร้างต้นทุนค่าโดยสารในปัจจุบัน เช่น ต้นทุนค่าเชื้อเพลิง ต้นทุนค่าจ้าง ค่าอะไหล่ ทั้งในส่วนของ ขสมก. และรถร่วม ขสมก. เสนอให้คณะกรรมการ ขสมก. พิจารณา เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง

ทั้งนี้ ขสมก. ขอรับเงินให้บริการสนับสนุนเชิงสังคม (พีเอสโอ) จากกระทรวงการคลัง ในส่วนของรถร้อน 1,600 คัน เป็นเงิน 1,200 ล้านบาท จากราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยลิตรละ 28 บาท ส่วนรถปรับอากาศ ขสมก. 1,400 คัน รับภาระค่าใช้จ่ายเอง โดยต้นทุนการเดินรถโดยสารปรับอากาศอยู่ที่ 1.31.4 หมื่นบาทต่อคันต่อวัน ส่วนต้นทุนการเดินรถร้อนอยู่ที่ 8,000 บาทต่อคันต่อวัน

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลแถลงนั้น สวนทางกับข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำเสนออย่างสิ้นเชิง ที่ว่า ราคาสินค้ารัฐบาลนี้แพงกว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์มาก

“ตามที่ผู้นำฝ่ายค้านพยายามหยิบยกราคาสินค้ามาเปรียบเทียบและท้วงติงว่าจะเกิดเงินเฟ้อติดลบ แต่ปรากฏว่าราคาสินค้าปัจจุบันถูกกว่ารัฐบาลปีก่อน ผมไม่มีเจตนาพูดว่าภาวะราคาสินค้าทุกวันนี้ถูกกว่ารัฐบาลไหน และถ้าสิ่งที่ผู้นำฝ่ายค้านพูดจริงจะทำให้เงินเฟ้อติดลบ ซึ่งรัฐบาลนี้ไม่ประสงค์ทำให้เงินเฟ้อติดลบ เพราะเมื่อไหร่ที่เงินเฟ้อติดลบจะเป็นตัวชี้เศรษฐกิจถดถอย ถ้าราคาสินค้าจะเพิ่มก็เป็นการเพิ่มทีละน้อยในภาวะค่าครองชีพดีขึ้น แต่ตัวเลขเงินเฟ้อยังเห็นอยู่ในกรอบที่ ธปท. และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห็นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามปกติ” กิตติรัตน์ กล่าว

แม้รัฐบาลจะพยายามชี้แจงว่าราคาสินค้าไม่แพงตามที่ถูกกล่าวหา แต่รัฐบาลไม่ได้พูดถึงแรงกดดันจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ที่จะเริ่มในวันที่ 1 เม.ย.นี้

เรื่องการขึ้นค่าจ้างนั้น ไม่เพียงเป็นแรงกดดันต่อราคาสินค้าเท่านั้น ยังเป็นแรงกดดันต่อการลงทุนในระยะต่อไปด้วย โดย สุกิจ คงปิยาจารย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยที่มีมูลค่าการลงทุนขนาดใหญ่สุด 15 รายแรกของไทย ได้ตัดสินใจหยุดลงทุนขยายกิจการเพิ่มเติมในไทยแล้ว เพราะไม่สามารถแบกรับกับนโยบายขึ้นค่าจ้าง 300 บาทต่อวันของรัฐบาล

ประกอบกับการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมจำนวนมาก จึงได้หันไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแทน เช่น พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยขนเงินลงทุนออกไปรวมประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ นโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ จะทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 36% ต้องเพิ่มราคาขายสินค้าส่งออก หากลูกค้าต่างประเทศไม่ยอมรับราคาดังกล่าว ก็ขายสินค้ายาก และส่งผลต่อขีดความสามารถการแข่งขันระยะยาวของอุตสาหกรรมสูญเสียไป

ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กที่ยังผลิตสินค้าอยู่ในไทยเป็นห่วงว่าประมาณ 30% มีความเป็นไปได้ที่จะต้องปิดกิจการลง เพราะไม่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนการผลิตได้

แม้รัฐบาลจะชี้แจงว่าราคาสินค้าไม่แพง แต่ความจริงที่ประชาชนประสบอยู่ในขณะนี้ เป็นข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การที่นายกฯ ไม่มีแผนรับมือในเรื่องนี้ อาจจะเป็นผลมาจากการฟังแต่ข้อมูลของหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว ไม่ได้ฟังเสียงประชาชน แต่เชื่อว่าอีกไม่นานนี้ เสียงของประชาชนจะดังเข้าหูนายกฯ แน่นอน หากข้าวของยังแพงไม่หยุดอย่างนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท