
หมัดเด็ดเฉลิม
การประกาศกลับมาคุมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ทำให้พรรคเพื่อไทยเดินหน้าสำหรับศึกซักฟอกรอเป็น
“ดาบสอง” ถล่มรัฐบาล หากรอดพ้นจากการชุมนุมขับไล่ของคนเสื้อแดงครั้งนี้
“บิ๊กเหลิม” ดูจะพึงพอใจกับเงื่อนไขช็อตแรกที่เจ้าตัวส่งสัญญาณต่อรองกับนายใหญ่สำเร็จว่า หากพรรคเสนอชื่อ “คนนอกพรรค” เป็นนายกรัฐมนตรีแนบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะขอบอยคอตไม่สังฆกรรมการอภิปรายด้วยเป้าหมายของบิ๊กเหลิมคือศึกซักฟอกครั้งนี้เขาต้องเป็น
“พระเอก” ถล่มรัฐบาล เพราะเชื่อว่าข้อมูลที่มีอยู่จะทำให้นายกฯ อภิสิทธิ์ และประชาธิปัตย์บาดเจ็บสาหัสจนอยู่ลำบาก เมื่อนั้นจะเป็นเครดิตให้ “นายใหญ่” ต้องหันมาฟังข้อเรียกร้องของ “บิ๊กเหลิม” ที่ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรี 6 เดือน หากเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าแต่เส้นทาง
“บิ๊กเหลิม” ในเพื่อไทยไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะถูกสกัดจากหลายทางทั้งกลุ่มแกนนำไทยรักไทยบ้านเลขที่ 111 และพลังประชาชนบ้านเลขที่ 109 เนื่องจากเกรงว่า “บิ๊กเหลิม” จะทำให้ภาพเพื่อไทยตกต่ำ และจะสร้างปัญหาวุ่นวายในพรรคทว่าการเป็นขุนพลฝีปากเอก และความสามารถในการฉกหา
“ข้อมูลเด็ด” ของ ร.ต.อ.เฉลิม ทำให้นายใหญ่และเพื่อไทยไม่สามารถปฏิเสธ ร.ต.อ.เฉลิม ได้ นี่ทำให้เขามีอำนาจต่อรองกับดูไบ และน้องๆ ทักษิณที่ดูแลพรรคแว่วว่า
“หมัดน็อก” ของ “บิ๊กเหลิม” ในการอภิปรายงวดนี้ยังเป็นเรื่องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็น “ภาคต่อ” จากการอภิปรายเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งวันนี้บิ๊กประชาธิปัตย์ยังร้อนๆ หนาวๆ ไม่เลิก เพราะเรื่องได้เข้าสู่การตรวจสอบขององค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)แม้ว่า อภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งมีอำนาจชี้ขาดคดียุบพรรคประชาธิปัตย์แต่เพียงผู้เดียว ประกาศจะยุติเรื่องไม่ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะไม่เข้าข่ายความผิด แต่แรงกดดันจากเพื่อไทยและเสื้อแดงทำให้ประธาน กกต. ดูจะยอมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
หากเป็นเช่นนั้นก็เป็นความสำเร็จของ ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะต้นเรื่องที่ขยายผลเรื่องนี้ ซึ่งคนใกล้ชิดแอบกระซิบว่า ข้อมูลเด็ดถล่มประชาธิปัตย์ที่บิ๊กเหลิมใช้ในการซักฟอกปีที่แล้วคือ
“เช็ค” ชิ้นสำคัญ กว่าจะได้มาก็ต้องมีค่าน้ำมันถึงหลักล้านเมื่อช็อตแรกสำเร็จ แต่ช็อตต่อไปที่
“บิ๊กเหลิม” ยังต้องเผชิญคือ การท้าทายของหลายก๊วนอำนาจในเพื่อไทย ที่เต็มไปด้วยคณะกรรมการหลายชุดที่ถ่วงดุลกันโดยเฉพาะ “อำนาจนอกพรรค” จากกลุ่ม กทม.ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่เตะสกัดไม่ให้บิ๊กเหลิมได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ แนบญัตติซักฟอกตามรัฐธรรมนูญง่ายๆในการอภิปรายเมื่อปีที่แล้ว ร.ต.อ.เฉลิม ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในญัตติซักฟอก แม้จะเป็นการเสนอหลอกๆ แต่หนนี้มีความต่าง ในสถานการณ์การเมืองที่ไม่มีอะไรแน่นอน หากมีการเปลี่ยนขั้วขึ้นมา กรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลหักอภิสิทธิ์ในญัตติอภิปรายจนหลุดเก้าอี้นายกฯ คนที่จะส้มหล่นก็คือนายกฯ เงาที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อแนบญัตติ
สำหรับ
“บิ๊กเหลิม” มั่นใจว่า แม้พรรคจะมอบอำนาจให้บอร์ดของพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้พิจารณาตัวบุคคล ซึ่งยังมีตัวเลือกอื่นอย่าง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย วิทยา บุรณศิริ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แต่สุดท้ายเขาเชื่อมั่นว่าที่ประชุม สส.เพื่อไทย ซึ่งจะเป็นฝ่ายตัดสินขั้นสุดท้าย จะเป็นฝ่ายเลือกเขาโดยเฉพาะกลุ่ม สส.อีสานที่
“บิ๊กเหลิม” เทใจให้ในช่วงปีเศษที่ผ่านมาด้วยการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อม จะเป็นฐานเสียงสำคัญให้เขา ขณะเดียวกัน “บิ๊กเหลิม” เคยประเมินว่ามี สส.ในพรรคเพียงแค่ 30 คนเท่านั้นที่ไม่เอาเขา นอกจากกลุ่ม กทม.แล้ว ยังมี สส.กลุ่มอีสานพัฒนาและฝ่ายกฎหมายเช่น ประเกียรติ นาสิมมา พีระพันธุ์ พาลุสุข ที่เหลือนับร้อยเสียง “เฉลิมกินรวบ” หมดแต่กว่าจะถึงวันชี้ขาด ดูเหมือนทุกสายตาจับจ้องไปที่การชุมนุมของคนเสื้อแดง 14 มี.ค. ไม่รู้ว่ารัฐบาลหรือ
“เสื้อแดงเพื่อไทย” ใครจะเป็นฝ่ายไป หรือที่สุดอาจไม่มีเวทีให้ “บิ๊กเหลิม” ได้อภิปรายก็ได้นี่ทำให้เขาหงุดหงิดกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงไม่น้อย







