
ประกันเตือน...ไม่คุ้มครองปิกอัพขนม็อบ
การประกาศชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 14 มี.ค. กลายเป็นประเด็นร้อน ที่หลายฝ่ายติดตามกันอย่างใกล้ชิดและได้เตรียมมาตรการรับมือกับการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นแล้ว
คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้เตือนประชาชนที่จะเข้าร่วมชุมนุมว่า กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ทั้งของบริษัทประกันวินาศภัย และบริษัทประกันชีวิต จะไม่จ่ายชดเชยกรณีที่นำรถมาร่วมชุมนุม รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นเงื่อนไขปกติของกรมธรรม์ที่จะไม่คุ้มครองภัยจลาจล การเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะได้รับความคุ้มครองภัยจากความไม่สงบทางการเมือง เนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้มีมติต่ออายุมาตรการประกันภัยคุ้มครองชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยหากเกิดกรณีจลาจล โดยจะจำกัดไม่เกินคนละ 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ ภายในวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 518 ล้านบาท ซึ่งจะขยายระยะเวลาไปถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2553 จากเดิมที่จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 31 มี.ค. นี้
ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงมาตรการรับมือกลุ่มคนเสื้อแดงที่เตรียมนำรถปิกอัพ อีแต๋น เข้ามาชุมนุมว่า จะขอความร่วมมือกับผู้ชุมนุมในการจัดระเบียบจราจร และหาพื้นที่เหมาะสมในการจอดรถให้ซึ่งเล็งไว้ที่สนามบินดอนเมือง แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมนำรถมาจอดเกะกะ สร้างปัญหาจราจร ก็จำเป็นต้องใช้กฎหมายจราจรมาดำเนินการ
“
จะใช้กฎหมายจราจรเป็นเครื่องมือในการทำงาน ผมได้สั่งการไปที่ บช.น. แล้ว ให้เตรียมรถยกไว้ให้พร้อมเราจะยอมให้เข้ามาจอดเกะกะจน กทม. อัมพาตไม่ได้” นายสุเทพ กล่าวสำหรับการดำเนินการทางคดี หลังศาลมีคำพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้จะหารือกับผู้บริหารธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ ในฐานะเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับความเสียหายว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร
นายอภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการ ธสน.กล่าวว่า จะต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่าใครจะเป็นโจทก์ในคดีนี้หลังจากศาลฎีกาตัดสิน เพราะเงินที่ปล่อยกู้พม่าไป 3,946 ล้านบาท เป็นหนี้ดีมีการชำระหนี้ตลอดมารวมเงินต้นดอกเบี้ย 795 ล้านบาท ไม่ได้เป็นหนี้เสีย จึงไม่เสียหาย ส่วนดอกเบี้ยที่ปล่อยกู้ต่ำแค่ 3% แต่มีภาระต้นทุน 3.115.64% จนรัฐบาลต้องแบกรับค่าชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่างให้ทุกปี ตามเงื่อนไขการชำระหนี้คืน 12 ปี นั้น ครม.ก็เป็นผู้มีมติ ธนาคารจึงไม่ได้เสียหายและปฏิบัติตามหน้าที่
ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า การยึดทรัพย์ 4.63 หมื่นล้านบาท นั้น อาจต้องนำเงินไปพักในบัญชีเงินนอกงบประมาณก่อน
ขณะที่นายภักดี โพธิศิริ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ แจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ เปิดเผยหลังการประชุมเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า ที่ประชุมตรวจสอบพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ระหว่างปี 25442549 รวม 15 ครั้ง แต่เนื่องจากกรณีนี้มีอัตราโทษจำคุก 6 เดือน จึงมีอายุความเพียง 5 ปี ดังนั้นการแจ้งบัญชีทรัพย์สินที่อยู่ในการตรวจสอบได้จึงต้องนับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ส่วนที่แจ้งก่อนหน้านั้นถือว่าคดีหมดอายุความไปแล้ว
สำหรับคดีนี้คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในเดือน เม.ย. นี้







