
กบง.ปล่อยดีเซล33บ. เบนซินขึ้น1บาทวันนี้
กบง. ใจแข็งไม่อุ้มดีเซล รอแตะ 33 บาทค่อยช่วย แต่เบนซินไม่รอด โดนรีดเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่ม 1.07 บาท
กบง. ใจแข็งไม่อุ้มดีเซล รอแตะ 33 บาทค่อยช่วย แต่เบนซินไม่รอด โดนรีดเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่ม 1.07 บาท
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติคงอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับดีเซลเท่าเดิม แต่หากราคาแตะ 33 บาท/ลิตร จะพิจารณาปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ทันที เพื่อช่วยลดต้นทุนภาคขนส่งและรถบริการสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม เบนซิน 95 และเบนซิน 91 ให้เพิ่มการจัดเก็บอีกลิตรละ 1.07 บาท แต่แก๊สโซฮอล์ไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อจูงใจผู้บริโภคหันมาใช้แก๊สโซฮอล์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ส่วนต่างราคาระหว่างแก๊สโซฮอล์ 95 กับเบนซิน 91 อยู่ที่ 2.35 บาท/ลิตร จากเดิม 1.28 บาท/ลิตร และส่วนต่างระหว่างแก๊สโซฮอล์ 95 กับเบนซิน 95 เพิ่มจาก 5.23 บาท/ลิตร เป็น 6.30 บาท/ลิตร และยังส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีภาระลดลงประมาณวันละ 9 ล้านบาท จากติดลบวันละ 146 ล้านบาท เหลือติดลบวันละ 137 ล้านบาท โดยปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบ 2.1 หมื่นล้านบาท
“ผู้ประกอบการขนส่งได้ให้ตัวเลขว่าถ้าราคาดีเซลแตะ 33 บาทจะเป็นเหตุผลในการขอปรับค่าขนส่ง เมื่อถึงตอนนั้นกระทรวงพลังงานก็ยังมีเครื่องมือดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันกระทบประชาชน เช่น การปรับลดเงินกองทุนน้ำมันฯที่ปัจจุบันเก็บอยู่ 60 สต./ลิตร แต่ตอนนี้ราคาดีเซลยังอยู่ที่ระดับ 32บาท/ลิตร ดังนั้นยังไม่ควรนำมาใช้เป็นเหตุผลในการขอปรับค่าขนส่ง ซึ่งกระทรวงพลังงานจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด”นายอารักษ์ กล่าว
นายอารักษ์ กล่าวด้วยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมเร็วๆ นี้ กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอกรอบเพดานเงินกู้กองทุนน้ำมันฯ เพิ่ม จากปัจจุบันที่กำหนดไว้ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้เสริมสภาพคล่อง เนื่องจากขณะนี้ยังมีสถานะติดลบ
ด้านบริษัท ปตท. แจ้งว่า ได้ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน 1.07 บาท/ลิตร เฉพาะเบนซิน 91 เพื่อให้สอดคล้องกับมติของ กบง. โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.เป็นต้นไป ส่งผลให้ราคาขายปลีกเบนซิน 91 อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร ส่วนราคาน้ำมันชนิดอื่นไม่เปลี่ยนแปลง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า รัฐควรขยายเวลาเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซลออกไปถึงกลางปีนี้ รวมถึงชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในส่วนของดีเซลและแก๊สโซฮอล์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนที่ใช้ดีเซลและแก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงหลักเติมยานพาหนะ







