
ปูตื่นของแพง
แพงประชุมด่วนวันนี้สั่งปตท.นำเข้าน้ำมันปาล์ม4หมื่นตัน-สองแถวขู่ปิดถนน
แพงประชุมด่วนวันนี้สั่งปตท.นำเข้าน้ำมันปาล์ม4หมื่นตัน-สองแถวขู่ปิดถนน
นายกฯ วิตกราคาสินค้าน้ำมันแพง เรียกหารือด่วนวันนี้หาทางแก้ไข
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยวันนี้ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหารือแนวทางแก้ไขปัญหา เชื่อมั่นว่าจะมีทางแก้สินค้าแพง รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาราคาน้ำมัน
ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จากการหารือกับกระทรวงพลังงานถึงแนวทางช่วยเหลือผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ได้ข้อสรุปว่าจะให้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบปริมาณไม่เกิน 4 หมื่นตัน ผ่านบริษัท ปตท. ที่มีสัญญาการซื้อขายน้ำมันปาล์มดิบกับต่างประเทศไว้อยู่แล้ว
น้ำมันดังกล่าวให้นำมาจำหน่ายให้กับผู้ผลิตน้ำมันปาล์มขวดไม่เกินกิโลกรัมละ 30 บาท ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันปาล์มขวดจะสามารถจำหน่ายได้ในราคา 42 บาท/ขวด และจะเสนอมาตรการดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบสัปดาห์หน้า
“จะนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบภายในเดือน เม.ย. เป็นเวลา 1 เดือนเท่านั้น มาตรการดังกล่าวรัฐบาลไม่ต้องใช้เงินอุดหนุนใดๆ เพราะได้อาศัยกลไกของกระทรวงพลังงาน และเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติก็จะยุติการนำเข้าทันที” นายบุญทรง กล่าว
โดยปตท. ที่มีเครือข่ายและมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบมาใช้ในการผลิตพลังงานทดแทนอยู่แล้ว โดยจำหน่ายให้ในราคาที่นำเข้ามา เพราะปตท.สามารถหาแหล่งน้ำมันปาล์มได้ถูกกว่าราคาตลาดขณะนี้ ซึ่งไม่ต้องไปลดปริมาณผลิตไบโอดีเซล เพราะสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่จำเป็น เนื่องจากไม่ได้มีปัญหาขาดแคลนรุนแรงเหมือนปีที่แล้ว
++สำหรับโรงสกัดที่กักตุนสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบอยู่ถึง 2.1 แสนตัน จะไม่ได้รับผลกระทบการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบครั้งนี้ เพราะกระทรวงฯไม่ได้ห้ามไม่ให้มีการส่งออก หากโรงสกัดไม่ยอมจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบในราคาที่ลดลงมา ก็สามารถนำไปส่งออกแทนได้ แต่หากโรงสกัดต้องการให้น้ำมันปาล์มดิบให้กับผผู้ผลิตในประเทศ ก็ต้องยอมปรับลดราคาลงมา เพราะที่ผ่านมาโรงสกัดมีการเก็บสต๊อกน้ำมันปาล์มราคาถูกในช่วงที่ราคาปาล์มลดลงในปีที่แล้วไว้จำนวนมาก
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จะเสนอมาตรการดูแลค่าครองชีพต่อนายกฯ โดยจะเน้นการสร้างเครือข่ายสินค้าด้วยการดึงร้านค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) เข้ามาเป็นพันธมิตรจำนวน 7,000 แห่ง มาจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้กับประชาชนทั่วประเทศ พร้อมทั้งการสร้างเครือข่ายร้านอาหารธงฟ้าให้ได้ตามเป้าหมาย และจะของบประมาณในการจัดทำโครงการ 1 ร้านค้า 1 ชุมชน เพื่อเพิ่มช่องทางในการขายสินค้าร่วมด้วยอีกทาง
***นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้บริษัทปตท.ไปจัดหาการนำเข้าปาล์มน้ำมันดิบจากต่างประเทศ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ ตามที่กระทรวงพาณิชย์ร้องขอมาซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการศึกษาเรื่องของอัตราภาษีน้ำเข้า แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเนื่องจากปตท.มีการลงทุนโครงการปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศอินโดนีเซีย อยู่แล้ว
**สำหรับการใช้ปาล์น้ำมันในการผลิตไบโอดีเซล(บี100) ผสมในดีเซลสัดส่วน 5% นั้น ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาขาดแคลแคลน และยังไม่จำเป็นต้องลดสัดส่วนการใช้บี100 ให้ต่ำกว่า 5% เนื่องจากยังมีปริมาณสต๊อกปาล์มน้ำมันที่ใช้ได้อีก 12 เดือน
&<2288;
นายฉัตรชัย ภู่อารีย์ ประธานชมรมผู้ประกอบการรถโดยสาร หมวด 4 เอกชน กทม. หรือรถสองแถวในซอย เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือขอปรับราคาค่ารถโดยสารสองแถวไปยังกระทรวงคมนาคมตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา หากวันที่ 21 มี.ค.นี้ คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางไม่อนุมัติให้ปรับราคา ทางชมรมจะนำรถสองแถว 1,000 คัน ไปปิดล้อมกระทรวงในวันที่ 22 มี.ค.นี้แต่หากคณะกรรมการฯ อนุมัติให้ปรับราคา 7 บาท จากที่ชมรมเรียกร้องไป 8 บาท ก็ถือว่า ยังรับได้
ทั้งนี้ รถสองแถวมีแนวคิดว่า หลังปรับราคาดังกล่าว จะตั้งเงื่อนไขให้หลัง 21.00 น.สามารถเก็บค่าโดยสารได้ 8 บาท หากไม่รับเงื่อนไขนี้ พวกตนจะไปฟ้องร้องศาลปกครอง อีกเช่นกัน เนื่องจากช่วงเวลากลางคืน รถสองแถวจะมีผู้โดยสารได้เฉพาะขาไปเท่านั้น ขากลับไม่มีผู้โดยสาร
สำหรับอัตราค่าโดยสารที่รถสองแถวเสนอขอปรับราคาประกอบด้วย 3 ประเภท คือ 1.รถสองแถว ขนาด4ล้อและ6ล้อ ขอปรับจากอัตราเดิม5.50 บาท เป็น 8 บาท 2.รถสองแถวขนาดใหญ่(บัส) ปรับอากาศ ขอปรับจากอัตราเดิม 10 บาท ตลอดสาย เป็น อัตรา1321 บาท คิดตามระยะทาง และ3.รถสองแถวขนาดใหญ่(บัส) ไม่ปรับอากาศ ขอปรับจากอัตราเดิม 8บาท เป็น10 บาท เนื่องจากไม่ได้ปรับราคามาตั้งแต่ปี 2551 โดยราคาน้ำมันดีเซลขณะนั้นลิตรละ 20 บาท แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 32.33 บาทแล้ว ทำให้ต้นทุนในการดำเเนินงานสูงขึ้นมาก
นายวิทูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพ ฯ กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางการปรับขึ้นค่าแท็กซี่มิเตอร์แนวทางแรกของกระทรวงคมนาคม คือ ให้คงค่าอัตรามิเตอร์แรก 35 บาท และให้ขึ้นค่าโดยสารตามระยะทางอีก 0.50 บาท เช่น ระยะทางกม.ที่ 2 12 ปรับจาก 5 บาทต่อกม. เป็น 5.5 บาทต่อกม. โดยไม่ควรปรับราคาเกิน 5 – 7 % ตามผลกระทบราคาก๊าซเอ็นจีวีที่ปรับเพิ่มขึ้น เพราะหากปรับขึ้นราคาแรกเริ่ม หรือปรับราคาสูงเกินไป ผู้โดยสารก็จะไม่ใช้บริการส่วนรถแท็กซี่ ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี จะได้รับผลกระทบจริง ประมาณเดือน 16 พ.ค. นี้ หลังจากบัตรเครดิตพลังงานจะหมดโครงการในวันที่ 16 เม.ย. นี้







