
หวั่นประชาคมอาเซียนทำแรงงานมีฝีมือไหลออก
ภาคเอกชนหวั่นแรงงานฝีมือสมองไหลข้ามประเทศ หลังเปิดเสรี แนะเพิ่มค่าจ้าง-แรงจูงใจทำงานในไทยต่อ
ภาคเอกชนหวั่นแรงงานฝีมือสมองไหลข้ามประเทศ หลังเปิดเสรี แนะเพิ่มค่าจ้าง-แรงจูงใจทำงานในไทยต่อ
เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คณะอนุกรรมาธิการแก้ไขการขาดแคลนแรงงานภาคอุตสาหกรรม ปศุสัตว์และบริการ ได้จัดการประชุมสัมมนา “วิกฤตแรงงานไทย ... ใครจะรอด?” โดยมีนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงานเป็นประธานกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ ““วิกฤตแรงงานไทยกับความพร้อมสู่ AEC 2015” และการจัดงานเสวนาเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานของไทย
นายเผดิมชัยเปิดเผยว่า นิสัยของคนไทยรักความเป็นอิสระมากกว่าจะเป็นลูกจ้าง และพอใจกับการหาบเร่ แผงลอย ประกอบกับสินค้าเกษตร เริ่มมีรายรับจากผลผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น อาทิ ยางพารา จึงทำให้เริ่มขาดแคลนแรงงาน อย่างไรก็ตามได้เร่งผลักดันให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนาทั้งแรงงานที่มีอยู่ และแรงงานนอกระบบ ให้เป็นแรงงานฝีมือ และมีคุณภาพมากขึ้น เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 แต่ทั้งนี้คุณภาพชีวิตของแรงงานก็ต้องดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งรัฐบาลได้ช่วยเหลือด้วยการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้
“ประเทศที่ผมจับตาอยู่ก็คือ สิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย เมื่อเปรียบเทียบแล้วก็พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ตื่นตัวกับการเป็นประชาคม เพราะฉะนั้นคนไทยไม่แพ้ใครถ้าเราสนใจเรื่องนี้จริง ซึ่งผมได้มอบนโยบายไว้ว่า ตลอดทั้งปีนี้ กระทรวงแรงงานจะต้องทำงานเชิงรุก ด้วยการออกไปยังต่างจังหวัดเพื่อสำรวจแรงงานที่เป็นฟันเฟืองของเรา ไม่ให้รอถึง 3 ปีข้างหน้ าอย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้หวังว่าพอเป็นประชาคมแล้ว ไทยจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ในช่วงแรก เราอาจจะได้มา10 และเสียไป10ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกัน” นายเผดิมชัยกล่าว
ขณะที่น.ส.ส่งศรี บุญบา รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานอยู่จริง และจะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากสังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้มีวัยทำงานน้อยลง และตัวแรงงานที่น้อยลงนั้น ก็เลือกที่จะเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ทั้งที่ตลาดแรงงานต้องการผู้ที่จบหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่ 3 และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) มากกว่า
ขณะเดียวกันแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยที่จดทะเบียนกับกรมการจัดหางานอย่างถูกกฎหมายก็มีมากกว่า 1.9 ล้านคน ซึ่งวิธีแก้ปัญหานั้น รัฐอาจต้องเข้าไปช่วยเหลือในมาตรการอื่น ๆ เช่นมาตรการทางภาษี รวมถึงหารือกับกระทรวงศึกษาธิการในการทำความเข้าใจกับนักเรียน นักศึกษา ให้ผลิตในหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น เช่น หลักสูตรเกี่ยวกับเครื่องจักรกล นอกจากนี้อาจกำหนดให้ขยายเวลาการเกษียณอายุออกไป ในแรงงานฝีมือที่ยังสามารถทำงานได้อยู่แม้มีอายุเกิน 60 ปี ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยลดความเสี่ยงลง เมื่อต้องเผชิญกับการแข่งขันหลังเป็นประชาคมอาเซียน
ด้าน นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ รองประธานบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยยังสามารถเติบโตได้อีกมาก และคิดเป็นสัดส่วนในผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อยู่มากถึง 12%
ทั้งนี้ทางบริษัทโตโยต้า ก็ต้องการแรงงานในส่วนของปวช.เช่นเดียวกัน ซึ่งตลาดการศึกษายังเปิดกว้างให้บริษัทรับแรงงานในส่วนนี้เข้ามาไม่ได้ ซึ่งหากมองไปในระยะสั้น หากขาดแคลนจริง ๆ ก็อาจจะนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาช่วยเหลือในส่วนที่ขาด และให้รัฐบาลช่วยเหลือมาตรการทางภาษี ส่วนในระยะยาว อยากให้รัฐบาลประเมินมาตรการการคุมกำเนิด เนื่องจากอัตราการเกิดของพลเมื องระยะหลังมีไม่เพียงพอต่อการขยายตัวภาคอุตสาหกรรม
ส่วนการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 นั้น นายนินนาทกล่าวว่า อาจเป็นไปได้ที่แรงงานฝีมือ ไหลออกไปทำงานในประเทศอาเซียนที่มีค่าตอบแทนดีกว่า ขณะที่แรงงานด้อยฝีมืออาจเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นที่ประกอบอาชีพแทน จึงอยากให้รัฐบาลเพิ่มค่าตอบแทนของแรงงานฝีมือ และกำหนดมาตรการที่ดี เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว







