
ฝ่ายค้าน-รัฐบาลโต้เดือดระบบเลือกตั้งส.ส.ร.
‘ฝ่ายค้าน-รัฐบาล’ โต้เดือดระบบเลือกตั้งส.ส.ร. 'ปชป.’ เสนอทำประชามติก่อนเลือกส.ส.ร. ‘เพื่อไทย’ สวนกลับ อ้างเสียงข้างมากให้เป็นรัฐบาลแก้รธน.ได้
‘ฝ่ายค้าน-รัฐบาล’ โต้เดือดระบบเลือกตั้งส.ส.ร. 'ปชป.’ เสนอทำประชามติก่อนเลือกส.ส.ร. ‘เพื่อไทย’ สวนกลับ อ้างเสียงข้างมากให้เป็นรัฐบาลแก้รธน.ได้
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน วันนี้เริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเป็นรายมาตรา โดยกมธ.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลได้เสนอคำแปรญัตติ ทั้งนี้การประชุมเริ่มจากการพิจารณาในมาตรา 4 เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่การกำหนดที่มาส.ส.ร.และกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ
นายธนา ชีรวินิจ สส.กทม. กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ เสนอว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนญของรัฐบาลที่กำหนดให้ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งมีเพียงจังหวัดละ 1 คนเพราะเป็นการจำกัดประชาชนเสียงข้างน้อยมากเกินไปและไม่คุ้มครองสิทธิของประชาชน ดังนั้น เสนอให้มีส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งอย่างน้อย 2 คนเพื่อเป็นการสะท้อนถึงประชาชนเสียงข้างมากและเสียงน้อย จะได้เท่ากับว่าไม่เป็นการแก้รัฐธรรมนูญด้วยการให้เสียงข้างมากหักกับเสียงข้างน้อย
"ส่วนที่มาของส.ส.ร.จากคัดเลือกของรัฐสภายืนยันไม่เห็นด้วยกับหลักการนี้เพราะในทางปฎิบัติรัฐบาลมีเสียงข้างมากในรัฐสภาอยู่แล้ว จึงประหนึ่งว่านักการเมืองสามารถกำหนดคนเป็นส.ส.ร.ได้ ถ้าจะคัดเลือกส.ส.ร.ควรให้สถาบันการศึกษาคัดเลือกกันเอง เพราะรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องทางวิชาการพอสมควรโดยไม่ให้รัฐสภาเข้าไปเกี่ยวข้องอีก
ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร สส.บัญชีรายชื่อ กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เสนอให้ก่อนการแต่งตั้งและเลือกตั้งส.ส.ร.ต้องผ่านกระบวนการทำประชามติของประชาชน เพราะก่อนยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับถือว่ามีความสำคัญมากที่ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม จึงขอเสนอแก้ไขและให้เพิ่มเติมถ้อยคำว่า
"เมื่อประธานสภาได้รับร่างขอริเริ่มขอยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วให้ดำเนินการส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งภายใน 30วันนับแต่วันที่ได้รับร่างเพื่อให้กกต.ดำเนินการออกเสียงประชามติ"
“การเสนอลักษณะนี้หมายความว่าถ้าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ดำเนินการตามเดิมในมาตรา291 แต่ถ้าเป็นยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรจัดทำการออกเสียงประชามติก่อน เพราะจะสร้างกระบวนการที่ถูกต้องในอนาคต” นายอลงกรณ์ กล่าว
ด้าน นายเทพไท เสนอว่า ไม่ควรให้ส.ส.ร.มี1คนต่อ1จังหวัดเพราะไม่เป็นการยุติธรรมกับจังหวัดที่มีประชาชนจำนวนมาก เช่น กทม. นครราชสีมา เป็นต้น แต่ควรกำหนดให้มีส.ส.ร.จากการเลือกตั้งโดยคิดตามจำนวนประชากร โดยส่วนตัวมีข้อมูลจากสำนักทะเบียนราษฎร์ ณ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 จะทำให้มีสัดส่วนส.ส.ร. คือ ส.ส.ร.1คนต่อประชาชนจำนวน 5 แสนคน เมื่อคำนวณทั้งประเทศเท่ากับว่ามีส.ส.ร.ประมาณ 130 คน อาทิ กทม.11 คน ขอนแก่น 3 คน ตรงนี้จะทำให้เกิดสมดุลทางการเมืองมากขึ้นเหมือนกับการเลือกตั้งสว.ปี 2543
"ขณะเดียวกันให้ประชาชนสามารถเลือกตั้งส.ส.ร.จากบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการได้ด้วยเพิ่มเติมอีกจำนวน 20 คน เพราะคิดว่าการร่างรัฐธรรมนูญมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการเข้ามาอยู่ในกระบวนการ ดังนั้น ที่มาของส.ส.ร.ในลักษณะจะมีส.ส.ร.จำนวนทั้งสิ้น 150 คนโดยประชาชนจะได้บัตรเลือกตั้งสองใบ ใบหนึ่งเลือกตั้งส.ส.ร.จังหวัด ส่วนอีกใบเลือกตั้งส.ส.ร.จากผู้ทรงคุณวุฒิ เชื่อว่าถ้าใช้แนวทางนี้จะลดครหาเกี่ยวกับล็อบบี้ได้" นายเทพไท กล่าว
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สส.กทม.กมธ.จากพรรคเพื่อไทย แย้งกลับไปว่า พรรคเพื่อไทยขอยืนยันตามร่างแก้ไขของรัฐธรรมนูญ เพราะขั้นตอนนี้เป็นเพียงแค่การแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 291 เท่านั้นไม่ใช่การยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
"พวกผมเอาตามร่างเดิมจะโหวตก็โหวตกันเลย พวกผมหาเสียงในนามพรรคเพื่อไทยแล้วว่าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประชาชนเลยเลือกเราเข้ามาแล้วจะไปประชามติอีกทำไม ให้ฝ่ายค้านไปสรุปแล้วเสนอคำแปรญญัตติเข้ามาแล้วโหวตกันเลย" นายวิชาญ กล่าว
ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งส.ส.ร.1คนต่อ1จังหวัดเพราะเป็นการทำลายประชาธิปไตยไม่ต่างอะไรกับการเลือกตั้งในลักษณะการปกครองรูปแบบมลรัฐเหมือนกับต่างประเทศ ซึ่งการปกครองของไทยไม่ได้เป็นลักษณะดังกล่าว ดังนั้น ควรให้มีส.ส.ร.จากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจำนวน 100 โดยคิดจากฐานประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลเข้าไปครอบงำส.ส.ร.แต่ให้ประชาชนตัดสินใจเลือกส.ส.ร.ด้วยตัวเอง
"สาเหตุที่ไม่ต้องการให้มีส.ส.ร.จากระบบสรรหาซึ่งมาจากการคัดเลือกของสถาบันการศึกษา เพราะปัจจุบันสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ถูกครอบงำด้วยระบบอนุรักษ์นิยมและจารีตนิยม ซึ่งไม่มีความเหมาะสมเหมือนกับได้ส้มเน่าทั้งเข่ง จึงคิดว่าการเลือกตั้งส.ส.ร.โดยตรงเป็นระบบที่ดีที่สุด" นพ.เหวง กล่าว
นายสงวน พงษ์มณี สส.ลำพูน กมธ.จากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จำนวนของส.ส.ร.จะมีกี่คนไม่สำคัญแต่ต้องมีที่มาจาก 2 ระบบทั้งเลือกตั้งและการสรรหา เเพราะส่วนตัวเคยเป็นอดีตส.ส.ร.ปี2540 จึงเล็งเห็นว่าส.ส.ร.จากผู้ทรงคุณวุฒิมีความสำคัญมากต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ เราอย่าไปจินตนาการหรือมีอุดมคติมากเกินไป
ต่อมา นายสามารถ ได้สั่งปิดการประชุมภายหลังจากกมธ.ได้พิจารณากันมาเป็นเวลานานกว่า 3 ชั่งโมงและกำหนดให้ขยายเวลาการประชุมเพิ่มเติมเป็นวันพฤหัสบดีตั้งแต่ 9.00น.-16.30น.โดยจนถึงขณะมีสมาชิกรัฐสภาเสนอคำแปรญัตติแล้วจำนวน 35 คนโดยกำหนดส่งคำแปรญัตติวันสุดท้ายในวันที่ 25 มี.ค.







