
5 ประเทศลุ่มน้ำโขงอ่วม JCCN เจรจาจีนยังไม่คืบ
ไทย พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา กระทบหนัก หลังจาก JCCN เจรจาจีนไม่คืบหน้า
ไทย พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา กระทบหนัก หลังจาก JCCN เจรจาจีนไม่คืบหน้า
นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เขตล้านนา กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาที่กระทบอย่างหนักต่อแม่น้ำโขงไม่ได้เป็นปัญหาที่ชาวเชียงของหรือเชียงแสน จังหวัดเชียงรายเท่านั้น ที่ได้รับผลกระทบ แต่ทุกประเทศที่อาศัยแม่น้ำโขงในการดำรงชีวิตหรืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทั้ง 5 ประเทศ ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน ซึ่งผลกระทบดังกล่าวยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง แม้ว่าปัญหาดังกล่าวจะเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อและกระทบมานาน แต่ในช่วงฤดูฝนก็ทำให้แม่น้ำโขงมีน้ำในการสัญจรอยู่บ้าง แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งผลกระทบกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนขณะนี้ทุกประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก ตั้งแต่ต้นแม่น้ำไปจนถึงปลายสายแม่น้ำโขง
“ปัญหาที่ได้รับอย่างหนักขณะนี้แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ปัญหาตอนบนตั้งแต่ประเทศธิเบตไปถึงทะเลจีนใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนของจีนอย่างหนักเช่นกัน เพราะจีนกักเก็บน้ำเพื่อไปสร้างเขื่อนจนทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่มีน้ำและอยู่ในสภาวะแห้งแล้ง ซึ่งสาเหตุที่จีนไม่ยอมปล่อยน้ำ ทั้งๆที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ใกล้กับจีนมากที่สุด เนื่องจากต้องกักน้ำไว้ที่เขื่อนราวๆ 16,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า ส่วนปัญหาระดับ 2 คือ ปัญหาตอนล่าง นั่นคือกลุ่มประเทศที่เหลือได้แก่ พม่า ลาว ไทย เวียดนามและกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศปลายสายไกลออกมา แต่ทุกประเทศก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ”นายสมเกียรติ กล่าว
ทั้งนี้โดยเฉพาะในพื้นที่ดินดอน 3 เหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ของเวียดนาม ซึ่งเป็นพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง และใช้ในการปลูกข้าว ทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ ทำสวนผลไม้ โดยมีความพิเศษ คือ เป็นแหล่งน้ำที่มีน้ำ 3 ชนิด คือ น้ำจืด น้ำเค็มและน้ำกร่อย ไหลมารวมกัน ซึ่งจากผลกระทบทำให้น้ำเค็มจากทะเลไหลเข้าไปในแอ่งมากเกินไป จนขณะนี้ดินดอนขนาดใหญ่ บริเวณ 3 เหลี่ยมปากแม่น้ำโขง จนปริมาณน้ำส่วนใหญ่จะกลายเป็นน้ำเค็มไปแล้ว
นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทะเลสาบของกัมพูชาก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน เพราะทะเลสาบดังกล่าวเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ของชาวกัมพูชา ที่หล่อเลี้ยงประชาชนในกัมพูชา แต่เมื่อแม่น้ำโขงซึ่งเป็นสายน้ำหลักที่สำคัญ ที่ไหลไปรวมกันเหือดแห้ง จึงส่งผลให้ขณะนี้ระดับน้ำในทะเลสาบกัมพูชาเริ่มลดลงเรื่อยๆ ซึ่งเชื่อว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปทะเลสาบกัมพูชาก็จะแห้งขอด
ในส่วนของไทยเองก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งประชาชนจำนวนไม่น้อยดำรงชีวิตด้วยการอาศัยแม่น้ำโขง ในการอุปโภค บริโภค ทำการเกษตร และการค้า ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ นอกจากนี้แม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง ที่หล่อเลี้ยงประชาชนในพื้นที่อื่นๆ ก็แห้งขอด เป็นผลต่อเนื่องกันทั้งหมด จนทำให้ประชาชนไม่สามารถทำการเกษตรได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ ถือว่าเป็นผลกระทบที่ประชาชนริมน้ำโขงทุกประเทศได้รับอย่างหนัก โดยที่ประเทศจีนเองยังไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือช่วยเหลือแต่อย่างใด แม้แต่น้อย
ด้านนายอภิสิทธิ์ คำภิโล ขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี จังหวัดเชียงราย กล่าวเพิ่มเติม ความคืบหน้าในการประสานไปยังคณะกรรมการตามความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขง) หรือ JCCN ซึ่งเป็นหน่วยงานความร่วมมือระหว่าง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า และจีน เพื่อขอให้ร่วมเจรจาแก้ปัญหาให้แม่น้ำโขงสามารถเดินเรือได้ตลอดทั้งปี ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมเจ้าท่า ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนิน อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะพยายามขอความร่วมมือจากจีน ในการปล่อยน้ำลงมาบ้าง เพื่อจะช่วยการลดผลกระทบกับผู้ที่อาศัยอยู่ตามลำแม่น้ำโขงตลอดแนวของทุกประเทศ







