posttoday
จับตาโครงการลงทุนในพม่า ปัจจัยขวางกระบวนการสันติภาพ!

จับตาโครงการลงทุนในพม่า ปัจจัยขวางกระบวนการสันติภาพ!

15 มีนาคม 2555

14 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันหยุดเขื่อนโลก ซึ่งวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นทำให้แม่น้ำกลายเป็นที่หมายตาของนักพลังงาน

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

14 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันหยุดเขื่อนโลก ซึ่งวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นทำให้แม่น้ำกลายเป็นที่หมายตาของนักพลังงาน เพื่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่แม่น้ำในประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น แต่นักพลังงานกำลังมองข้ามไปยังแม่น้ำในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งแม่น้ำนานาชาติ

เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เครือข่ายลุ่มภาคเหนือ เครือข่ายแม่น้ำพม่า และกลุ่มชนเผ่าต่างๆ รวมประมาณ 300 คน ได้ร่วมทำพิธีสืบชะตาแม่น้ำสาละวิน เนื่องในงานวันหยุดเขื่อนโลกตามประเพณีปะเกอกะเญอ ศาสนาคริสต์ และศาสนาพุทธ บริเวณชายหาดบ้านสบเมย ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

เพียรพร ดีเทศ ผู้ประสานงานโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่า ขณะนี้มีโครงการสร้างเขื่อนอย่างน้อย 13 แห่ง กำลังถูกวางแผนก่อสร้างในพื้นที่ตอนบนของแม่น้ำสาละวิน ในพื้นที่ชายแดนไทยพม่า และในประเทศพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขื่อนฮัตจี ซึ่งร่วมทุนระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น ของจีน ห่างจากพื้นที่บ้านสบเมยเพียง 47 กิโลเมตร โดยเป็นโครงการที่มีความคืบหน้ามากที่สุด

จับตาโครงการลงทุนในพม่า ปัจจัยขวางกระบวนการสันติภาพ!

 

ด้านมนตรี จันทวงศ์ ผู้ประสานงานมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ กล่าวว่า หากมีการสร้างเขื่อนฮัตจี ผลกระทบที่เกิดขึ้นนอกจากความต่อเนื่องเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศตั้งแต่พื้นที่ที่มีการสร้างเขื่อนจากประเทศพม่าแล้ว จะทำให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อท่วมเข้ามาในพื้นที่บางส่วนของ จ.แม่ฮ่องสอน อีกด้วย ที่สำคัญคือเขื่อนแห่งนี้จะอยู่บนรอยเลื่อนศรีนครินทร์ ถ้าเกิดแผ่นดินไหวก็จะมีผลกระทบที่ค่อนข้างหนัก

ขณะที่ ฟานเสี่ยว นักวิชาการธรณีวิทยา จากศูนย์แร่ธาตุมณฑลเสฉวน ประเทศจีน กล่าวว่า นักธรณีวิทยาในจีนหลายคนเป็นห่วงการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำสาละวินพื้นที่ประเทศจีนมาก เพราะเป็นพื้นที่ที่มีแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง

ใช่เพียงประเด็นผลกระทบต่อระบบนิเวศและความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหวเท่านั้น แต่การสร้างเขื่อนแม่น้ำสาละวินยังส่งผลต่อกระบวนการสันติภาพในพม่าอีกด้วย

ซอว์พอล จากเครือข่ายแม่น้ำกะเหรี่ยง เปิดเผยว่า เพียงสองเดือนหลังจากตกลงหยุดยิงกัน เบื้องต้นระหว่างสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยูกับรัฐบาลพม่า ก็เกิดความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลพม่าเพิ่มกำลังทหารอีกจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สร้างเขื่อน และยังมีแผนตั้งกองพันทหารใหม่ขึ้นอีก เป็นเหตุให้ฝ่ายเคเอ็นยูก็ต้องเร่งเสริมกำลังทหารเช่นกัน

“แรงกดดันจากบริษัท ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น (Sinohydro Corporation) ของจีนและ กฟผ.ของไทย ทำให้เคเอ็นยูต้องยินยอมให้มีการสำรวจพื้นที่สร้างเขื่อน แต่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของกระบวนการหยุดยิง การเดินหน้าผลักดันเขื่อนฮัตจีจะทำให้ความขัดแย้งปะทุขึ้นมาใหม่และทำลายการเจรจา” ซอว์พอล กล่าว

นอกจากการก่อสร้างเขื่อนสาละวินแล้ว ซอว์พอล เปิดเผยอีกว่า โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ก็กำลังสร้างปัญหาขึ้นเช่นกัน

เขาเปิดเผยว่า บริษัท อิตาเลียนไทยฯ พยายามผลักดันโครงการเขื่อนตะนาวศรีที่จะผลิตไฟฟ้าส่งมาให้กับประเทศไทย และการก่อสร้างเขื่อนกาลอตา (Ka Loat Hta) เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย กองกำลังในพื้นที่เคเอ็นยูได้พยายามขัดขวางการปฏิบัติงานของบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ในปี 2554 แต่ต่อมาก็ถูกกดดันให้ต้องยอมมีการสำรวจพื้นที่ต่อไป

“รัฐบาลพม่าควรแสดงความจริงใจที่จะยุติโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ จนกว่าจะมีสันติภาพและการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง เพื่อประกันสิทธิของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ” ซอว์พอล กล่าว

ข้อมูลของเครือข่ายแม่น้ำกะเหรี่ยงเป็นข้อเท็จจริงด้านหนึ่ง ที่กลุ่มทุนไทยจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะการเร่งเดินหน้าโครงการ อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อภาวะเปราะบางของการเริ่มต้นกระบวนการสันติภาพในแผ่นดินพม่า

หากสันติภาพถูกบั่นทอนลงให้ล่าช้าออกไป หรือในด้านเลวร้ายที่สุด คือความขัดแย้งรุนแรงยังคงดำเนินต่อไป ย่อมไม่มีใครได้ประโยชน์อันใดเลย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท