
เงินจะเฟ้ออีก
ถ้าจะพูดถึงเศรษฐกิจสหรัฐในเวลานี้ ถ้าเอาเท่าที่เห็นนั้น ตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ อาจจะดีขึ้น
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ถ้าจะพูดถึงเศรษฐกิจสหรัฐในเวลานี้ ถ้าเอาเท่าที่เห็นนั้น ตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ อาจจะดีขึ้น เช่น ตัวเลขการว่างงานของสหรัฐที่ลดลงมาจากเมื่อ 2 ปีก่อนที่เกือบ 10% ลงมาอยู่แถวๆ 8.3% ครับ ก็ต้องบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้นแบบช้าๆ หลังเจอวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ไปเมื่อปี 2551
ถ้าบอกตามธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เห็นก็คือ แม้ว่าตัวเลขการว่างงานจะดีขึ้น แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคนั้นยังไม่แข็งแกร่งตามที่เฟดต้องการ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เฟดยังคงยืนระยะอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ 00.25% ต่อไป ถ้าพูดกันตามจริง สถานะของสหรัฐในขณะนี้สวนทางกับสถานะทางเศรษฐกิจจีนอย่างชัดเจน เพราะสหรัฐยอมเสี่ยงกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไม่กลัวแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อในประเทศจะเริ่มขยับตัว ส่วนจีนนั้น เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อก็เริ่มชะลอตัวลง เป็นสภาวะสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
แน่นอนว่า ในขณะที่จีนเริ่มโล่งอก หายใจหายคอได้มากขึ้นกว่าเดิมกับอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มลดลง แต่สหรัฐยอมที่จะเสี่ยงครับ ซึ่งคาดว่าสหรัฐจะยังใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อไปจนถึงปลายปี 2557
ที่บอกว่าเสี่ยง เพราะในเวลานี้ต้องบอกว่าภาวะเศรษฐกิจโลกนั้นไม่นิ่งจริงๆ มีสารพัดปัจจัยที่จะส่งอิทธิพลรุนแรงได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้ของกลุ่มยูโรโซน ที่แม้ว่ากรีซจะได้เงินช่วยเหลือไป แต่นักวิเคราะห์วิจารณ์ก็บอกว่า กรีซจะดิ่งเหวลงอีกได้ทุกเมื่อ อีกทั้งจากการที่บรรดาธนาคารและสถาบันการเงินเจ้าหนี้ ต้องยอมลดหนี้ให้กับกรีซมหาศาลลงกว่าครึ่งหนึ่งนั้น ย่อมหมายความว่า การหั่นมูลค่าสินทรัพย์ของภาคเอกชนย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้
เหนือสิ่งอื่นใด ยุโรปยังมีปัจจัยเสี่ยงอีกหลายต่อหลายประเทศที่จะเดินตามรอยหนี้แบบกรีซ ไม่ว่าจะเป็นโปรตุเกส สเปน หรืออิตาลี ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนไว้ว่าต้องจับตากันให้ดีทีเดียว
นอกจากนั้นแล้ว ปัจจัยปัญหาจากวิกฤตอิหร่านและอิสราเอล ก็จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเป็นระยะๆ น่าสนใจมากครับสำหรับปัญหานี้ เพราะดูเหมือนว่าจะกลายเป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมของเฟด โดยที่ราคาน้ำมันในสหรัฐก็ปรับตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับความต้องการน้ำมันในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ยังร้อนแรงต่อเนื่อง นั่นจะยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐเพิ่มสูงขึ้นในทันที
ไม่เพียงแต่สหรัฐเท่านั้น หลายประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะในเอเชีย ต่างก็เริ่มที่จะใช้นโยบายชะลอการขึ้นดอกเบี้ยกันมากขึ้น เช่น เกาหลีใต้ โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากความซบเซาของตลาดส่งออกในยุโรป และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ที่ทำให้รัฐบาลหลายชาติเริ่มที่จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยกันเป็นแถว เรียกว่าพากันติดเบรกกันตัวโก่งทีเดียว
และนั่นจะเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ในปีนี้ปัญหาเงินเฟ้ออาจจะกลับมารังควานเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง และที่สำคัญต้องดูฟ้าดูฝนของปีนี้ ว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมโลกมากเพียงใด ซึ่งนั่นอาจจะเป็นตัวฉุดให้ราคาสินค้าอาหารพุ่งขึ้นซ้ำอีก จีนที่ว่าเพิ่งหายใจคล่องขึ้นจากปัญหานี้ก็อาจจะต้องกลับมาจุกอีกครั้งได้ครับ







