
เขื่อนหยุดปล่อยน้ำเกษตรกรผวานาปรังเจ๊ง
แล้งหนักน้ำไหลเข้าน้อย เขื่อนหยุดปล่อยน้ำ เกษตรกรผวาผลผลิตเสียหาย
แล้งหนักน้ำไหลเข้าน้อย เขื่อนหยุดปล่อยน้ำ เกษตรกรผวาผลผลิตเสียหาย
นายสมหวัง ปารสุขสาร หัวหน้าฝ่ายบำรุงและรักษาเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ได้หยุดการระบายน้ำช่วยเหลือเกษตรกรแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยจะเริ่มระบายน้ำอีกครั้งในช่วงต้นเดือน พ.ค. เนื่องจากน้ำเข้าในเขื่อนน้อยกว่าในปีที่ผ่านมาและเพื่อซ่อมแซมตลิ่งที่พัง
“ขณะนี้เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 29.54% ของความจุอ่างเก็บน้ำ น้ำลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 5 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ขณะที่มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพียงวันละ 0.17 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้ำเข้าเขื่อนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านยังไม่ลดลง เกษตรกรในพื้นที่ชลประทานยังสามารถทำนาได้อย่างต่อเนื่อง” นายสมหวัง กล่าว
ด้านพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกษตรกรที่ทำนาปรังในพื้นที่ชลประทานลุ่มแม่น้ำมูล เริ่มได้รับผลกระทบจากภัยแล้งแล้ว เนื่องจากพื้นที่ในเขตชลประทานไม่สามารถปล่อยน้ำลงสู่คลองส่งน้ำได้ จึงเร่งสูบน้ำเข้านาข้าว
นายจำรัส สวนจันทร์ หัวหน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง กล่าวว่า จำเป็นต้องปิดเขื่อนราษีไศลตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีการปิดเขื่อน 8 เดือน และเปิดเขื่อน 4 เดือนในช่วงฤดูน้ำหลาก แม้จะเข้าใจถึงความยากลำบากของเกษตรกร แต่ก็ต้องปฏิบัติตามมติ ครม. และต้องบริหารจัดการน้ำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในพื้นที่ส่วนรวม
นายยรรยงค์ แสนสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 3 (สศข.3) อุดรธานี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ พบว่าสถานการณ์ภัยแล้งปีนี้มาเร็ว ปริมาณน้ำในห้วย หนอง คลอง บึง และแม่น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผลผลิตทั้งข้าวนาปรัง ถั่วเหลือง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กำลังจะเก็บเกี่ยว หากขาดน้ำในช่วงนี้จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตแน่นอน
“ขณะนี้มีพื้นที่นาปรัง 5,000 ไร่ พื้นที่ปลูกถั่วเหลือง 44,218 ไร่ และพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 36,065 ไร่ ซึ่งกำลังจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต หากยังไม่มีฝนตกลงมาในช่วงนี้ จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตอย่างแน่นอน” นายยรรยงค์ กล่าว







