posttoday
เปิด(ร่าง)รายงาน กมธ.ปรองดอง ชง5แนวทางสร้างสมานฉันท์

เปิด(ร่าง)รายงาน กมธ.ปรองดอง ชง5แนวทางสร้างสมานฉันท์

14 มีนาคม 2555

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 ที่ผ่านมา มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมือง

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

1.ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 ที่ผ่านมา มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมือง และเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างที่เกิดจากการเมือง การปกครอง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งทุกด้านมีความอ่อนแอ ขาดประสิทธิภาพ และไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม จนนำไปสู่การแก้ไขปัญหาโดยการยึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549

คณะกรรมาธิการเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ว่าเหตุการณ์แห่งความขัดแย้งจนนำไปสู่ความรุนแรงเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 มิได้เกิดจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นผลของการกระทำและเหตุการณ์หลายๆ ครั้งต่อเนื่องกันที่เป็นปัญหาความขัดแย้งจนนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรง ตั้งแต่เหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553

เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้แตกต่างจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากครั้งนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนกันเองที่แบ่งออกเป็นกลุ่มเป็นสี

เปิด(ร่าง)รายงาน กมธ.ปรองดอง ชง5แนวทางสร้างสมานฉันท์

นอกจากนี้ ยังพบว่าการสร้างกระบวนการปรองดองในประเทศไทยมีความแตกต่างกับต่างประเทศที่เหตุการณ์ความรุนแรงได้ยุติลงแล้วจึงเกิดกระบวนการปรองดอง แต่ของไทยเป็นการสร้างความปรองดอง ในขณะที่คู่กรณีและสาเหตุแห่งความขัดแย้งยังคงดำรงอยู่ ซึ่งอาจเกิดการเผชิญหน้าที่นำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงได้อีกตลอดเวลา

ประเด็นที่อ่อนไหวอันอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าของผู้คนในสังคม และนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงได้ในที่สุดขณะนี้ประกอบด้วย (1) ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวข้องกับการแก้ไขมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา (2) ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ (3) ประเด็นการปรองดอง โดยเฉพาะการนิรโทษกรรมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการไต่สวนหาสาเหตุการเสียชีวิตและการเยียวยาประชาชนในเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือน เม.ย.พ.ค. 2553 และการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากรัฐบาลยังไม่สามารถทำความเข้าใจหรือสร้างกระบวนการให้เป็นที่ยอมรับจากสังคมได้ จะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งใหม่ของสังคมในที่สุด

ปัจจัยที่จะนำไปสู่การสร้างความปรองดองแห่งชาติ คณะกรรมาธิการเห็นด้วยกับผลการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้า ที่เห็นว่าสังคมไทยมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินมาตรการสร้างความปรองดองระยะสั้น เพื่อวัตถุประสงค์ให้การใช้ความรุนแรงยุติลงโดยเร็วที่สุด ด้วยการให้อภัยผ่านกระบวนการนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง

2.ข้อเสนอแนะ

1.ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล พรรคการเมือง กลุ่มบุคคลและองค์กรต่างๆ จะต้องร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งความปรองดองในกรอบสันติวิธี

2.การชดเชยเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง รัฐบาลต้องทำด้วยความรอบคอบ เพื่อให้สังคมเกิดการยอมรับว่าได้ดำเนินการไปด้วยความเหมาะสมและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติ

3.ฝ่ายที่เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรจะกำหนดประเด็นที่จะแก้ไขและนำเสนอต่อสังคม เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความมั่นใจว่าเป็นไปเพื่อให้ประเทศชาติมีความเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ มิได้กระทำไปโดยเจตนาอื่นแอบแฝง หรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด

คณะกรรมาธิการทราบดีว่าการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการขอแก้ไขมาตรา 291 โดยการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ไปดำเนินการแก้ไข ในส่วนประเด็นใดที่ควรได้รับการแก้ไข แม้จะถือเป็นดุลพินิจของสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ทุกพรรคการเมืองที่เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็สามารถนำเสนอประเด็นต่อสังคมได้ว่าต้องการให้มีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง มีสาระสำคัญที่ต้องการให้มีการแก้ไขเป็นอย่างไร

ดังนั้น หากการแก้ไขของสภาร่างรัฐธรรมนูญมิได้เป็นไปตามกรอบหรือขัดแย้งกับหลักการที่พรรคการเมืองได้นำเสนอต่อสังคมไว้แล้ว ก็ชอบที่พรรคการเมืองนั้นจะไม่ลงมติรับเป็นกฎหมาย ด้วยวิธีดังกล่าวนี้จะทำให้สังคมมีความไว้วางใจ และจะนำไปสู่การถกเถียงในทางวิชาการที่จะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสามารถยุติความขัดแย้งในประเด็นดังกล่าวได้ในที่สุด

4.การยุติความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองของคนในชาติจึงถือเป็นปัญหาความมั่นคง และเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน

5.ถึงแม้การยุติความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติจะถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด แต่โดยที่คณะกรรมาธิการมีอำนาจหน้าที่เพียงนำเสนอรายงานผลการศึกษาต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นทางออกหนึ่งให้กับสังคมไทยเท่านั้น

คณะกรรมาธิการจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ที่อาจนำเอาความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการและสถาบันพระปกเกล้า ด้วยการคืนความถูกต้องและความชอบธรรมบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบไปพิจารณาดำเนินการให้เกิดรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท