
1เม.ย.เข้าฉุกเฉินได้ทุกรพ.
ทั้งรัฐ-เอกชนไม่ถามสิทธิรักษา3กองทุนรับเคลียร์ค่าใช้จ่ายเอง
ทั้งรัฐ-เอกชนไม่ถามสิทธิรักษา3กองทุนรับเคลียร์ค่าใช้จ่ายเอง
รัฐบาลดีเดย์ 1 เม.ย. เจ็บป่วยฉุกเฉินเข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ
ที่ประชุมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ระหว่าง 3 กองทุนประกันสุขภาพภาครัฐ ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ได้เห็นชอบให้ผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศทั้งของรัฐและเอกชน ในวันที่ 1 เม.ย.นี้
ทั้งนี้ ทั้ง 3 กองทุนประกันสุขภาพ ประกอบด้วย ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ระบบประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในภายหลัง
นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า นโยบายดังกล่าวทุกโรงพยาบาลจะไม่ถามสิทธิประกันสุขภาพของผู้ป่วย และผู้ป่วยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า แต่ให้รักษาไปจนกว่าอาการทุเลา หรือจนกว่าจะสามารถส่งต่อผู้ป่วยกลับไปดูแลต่อยังโรงพยาบาลที่อยู่ในระบบได้
นายวิทยา กล่าวอีกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สั่งให้ทั้ง 3 กองทุนสุขภาพจัดเตรียมแผนปฏิบัติการแก้ไขระเบียบของแต่ละกองทุน เพื่อให้เกิดเอกภาพและคล่องตัว ไม่ส่งผลกระทบกับโรงพยาบาลที่ให้บริการ
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทำหน้าที่เป็นหน่วยจ่ายกลาง (Clearing House) ให้โรงพยาบาลที่ไม่ได้เข้าร่วมใน 3 ระบบ ประกันสุขภาพ เข้ามาเบิกจ่ายการรักษาพยาบาลแก่ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน
อีกทั้งให้จัดเตรียมสายด่วน 1330 และสายด่วนกู้ชีพของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ 1669 มาร่วมบริการด้วย ซึ่งได้กำหนดอัตราการเบิกจ่ายให้กับโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยในที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน ตามน้ำหนักสัมพัทธ์เฉลี่ยของโรค (RW) เริ่มต้นที่ 1.05 หมื่นบาท
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการประชุม คือ เพื่อบูรณาการและสร้างความเสมอภาคของ 3 กองทุนสุขภาพ แต่ไม่ใช่การรวมกองทุน โดยมุ่งหมายให้ประชาชนที่ป่วยฉุกเฉินได้รับการรักษาทันท่วงที ส่วนเรื่องอื่นๆ ค่อยให้แต่ละกองทุนไปบูรณาการจัดการเอง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้มอบหมายให้องค์การเภสัชกรรม และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับ 3 กองทุนสุขภาพ จัดทำมาตรการควบคุมราคายาและการบริโภคยา อาทิ การรวมซื้อยาที่ส่วนกลาง การต่อรองราคา การสั่งยาโดยการใช้ชื่อ สามัญทางยา







