
มาร์คเตือนรัฐบาลอย่ามองแค่ฟื้นมั่นใจน้ำท่วม
อภิสิทธิ์พบหอการค้าญี่ปุ่นห่วงต้นทุนการผลิตพุ่งย้าย ส่งผลฐานการผลิต เตือนรัฐบาลอย่ามองแค่ฟื้นมั่นใจน้ำท่วม
อภิสิทธิ์พบหอการค้าญี่ปุ่นห่วงต้นทุนการผลิตพุ่งย้าย ส่งผลฐานการผลิต เตือนรัฐบาลอย่ามองแค่ฟื้นมั่นใจน้ำท่วม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม นายวีระชัย วีระเมธีกุล นายเกียรติ สิทธิอมร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบผู้บริหารหอการค้าญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยความคิดเห็นเกี่ยวกับความกังวลของนักลงทุนญี่ปุ่นหลังจากที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและคณะกลับมาจากการเยือนประเทศญี่ปุ่น
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ในภาพรวมญี่ปุ่นเห็นความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแต่ยังมีรายละเอียดบางเรื่องที่ญี่ปุ่นติดตามอย่างใกล้ชิดเช่น กองทุนประกันภัยที่ยังรู้สึกว่า การประกันภัยที่ครอบคลุม 30 % เป็นสัดส่วนที่ต่ำเกินไป นักลงทุนต้องการให้รัฐบาลเพิ่มสัดส่วนกองทุนประกันจาก 30 % เป็น 50 % ขึ้นไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีที่นายกฯกลับมาจากญี่ปุ่นและระบุว่าประสบความสำเร็จเนื่องจากมีการนักลงทุนรายใหม่เกิดขึ้น นั้น ข้อเท็จจริงแล้ว การขอรับการส่งเสริมการลงทุนในบางอุตสาหกรรมเป็นแผนเดิม ดูได้จากตัวเลขที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ดังนั้นรัฐบาลควรมองให้ไกลกว่าเรื่องนี้ โดยต้่องพิจารณาการขยายฐานการผลิตเป็นอย่างไรเช่น กรณีอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย แต่นับวันประเทศอินโดนิเซียเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมากขึ้น ดังนั้นการพิจารณต้นทุนเป็นเรื่องสำคัญ
"ผมจึงไม่คิดว่าการลงทุนจะเกิิดขึ้นหลังนายกฯกล่าวอ้าง เพราะคงไม่มีนักธุรกิจตัดสินใจลงทุนโดยพิจารณาจากการเดินทางไป 2-3 วันของนายกฯ นอกจากจะเป็นแผนการลงทุนทีมีอยู่แล้ว ทั้งนี้สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือ เรื่องการย้ายฐานผลิตเพราะหลายอุตสาหกรรมก็ไม่ได้อยากย้ายเนื่องจากมีความมั่นใจในประเทศไทย แต่รัฐบาลจะตายใจโดยไม่ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลต้องไปดูในสิ่งที่หอกาค้าญี่ปุ่นตั้งข้อสังเกตมาเพราะปัญหาอันดับหนึ่งของประชาชนคือ ค่าครองชีพ และต้นทุนในการดำรงชีวิตสูงขึ้น แต่การขยายการลงทุนในวันข้างหน้าหากนโยบายของรัฐไปเพิ่มต้นทุนก็อาจจะกระทบในส่วนนี้ เพราะปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องเดี่ยวในการพิจารณาลงทุน โดยในขณะนี้ก็เริ่มมีการขยายไปที่ภาคตะวันออกบ้างแล้ว" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นโยบายพลังงานถูกตั้งคำถามมากเพราะเหตุผลไม่ชัด โดยรัฐบาลไม่สามารถตอบได้ว่าจะเอาอย่างไรกับกองทุนน้ำมัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ในการส่งเสริมการลงทุนจะเชื่อมโยงกับนโยบายพลังงานด้วย ดังนั้นหากยังสับสน ก็จะส่งผลกระทบแน่นอน ซึ่งหอการค้าญี่ปุ่น อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ติดตามเพื่อให้ได้ความชัดเจนในเรื่องนโยบายพลังงาน และกองทุนประกันภัย
ห่วงกนอช.อนุมัติ2.4หมื่นล้านโครงการซ้ำซ้อน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีที่คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ(กนอช.)มีมติอนุมัติงบ 2.4 หมื่นล้านในการบริหารจัดการน้ำว่า ขณะนี้เกิดความสับสน เพราะมีแต่ข่าวอนุมัติงบจากคณะกรรมการชุดต่างๆที่รัฐบาลตั้งขึ้น แต่ยังไม่เห็นจุดเริ่มต้นโครงการว่าจะเดินอย่างไร
ทั้งนี้ ในแต่ละวันมีแต่ข่าวอนุมัติงบเท่านั้นเท่านี้ บางทีก็เป็นข่าวว่าโครงการซ้ำซ้อนกัน จนต้องทบทวนโครงการทำให้คนรู้สึกว่าเมื่อไหร่จะได้เริ่มทำ วนไปวนมาระหว่าง กยน. กนอช. สำนักงบฯ กระทรวงการคลัง และก็จะวนกลับไป กยอ.อีกหรือไม่ ซึ่งไม่ควรจะเป็นแบบนี้ ดังนั้นเมื่อตั้งกอนช.ขึ้นมาแล้วก็ควรยุบของเก่าเช่น กยอ. กยน. เมื่อทำแผนเสร็จแล้วก็น่าจะเลิกกันไป ให้กอนช. มาบริหารงานต่อ เหลือเวลาอีก 2 เดือนที่จะเข้าสู่ฤดูฝนรัฐบาลต้องทำงานแข่งกับเวลา ที่สำคัญคือ การอนุมัติโครงการไว้จำนวนมากไม่ได้แปลว่าการแก้ปัญหาจะดีขึ้นเช่น กระทรวงคมนาคมที่มีแผนการทำถนนกั้นน้ำ ก็มีคำถามตามมาว่า สอดคล้องกับแผนระบายน้ำหรือไม่ เพราะหากไม่สอดคล้องก็ยิ่งเป็นอุปสรรต่อการบริหารมากขึ้น







