
การเมืองกรีซ
บรรยากาศวิกฤตหนี้ในกลุ่มยูโรโซนขณะนี้ต้องบอกว่า เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น
โดย...ธนพล ไชยภาษี
บรรยากาศวิกฤตหนี้ในกลุ่มยูโรโซนขณะนี้ต้องบอกว่า เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น หลังจากที่ได้รับอนุมัติเงินช่วยเหลือ 1.3 แสนล้านยูโรไป และกลุ่มเจ้าหนี้ของกรีซก็ยอมแฮร์คัตหนี้ให้ในปริมาณที่ต้องการตามความคาดหมาย ถ้าฟ้าไม่ถล่ม แผ่นดินไม่แยก กรีซก็น่าจะหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้เสียในวันที่ 20 มี.ค.ที่จะถึงนี้ได้ โดยที่หนี้ทั้งหมดจะได้รับการปรับโครงสร้างใหม่ผ่านการแลกเปลี่ยนพันธบัตรเป็นตัวใหม่ที่มีระยะเวลาการชำระคืนนานขึ้นและมีดอกเบี้ยน้อยลง
แต่ แต่ แต่ กรีซจะไปถึงฝั่งฝันปลดหนี้ ลดระดับหนี้สาธารณะได้หรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กรีซเองด้วยครับ โดยเฉพาะในเดือนหน้ากรีซจะเลือกตั้งใหม่ พรรคการเมืองใด ผู้นำพรรคคนไหนจะขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ ก็ต้องยอมจำนนกับคำมั่นที่ให้ไว้ว่าจะดำเนินแผนการรัดเข็มขัด ลดรายจ่าย ลดเงินเดือนข้าราชการ ลดจำนวนลูกจ้างภาครัฐลง ต้องทำทุกวิถีทางที่จะต้องประหยัดเงินให้ได้มากที่สุด
นี่แหละครับ คือสิ่งที่ใช่ว่าจะทำกันง่ายๆ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา การเมืองกรีซถูกผูกขาดไว้ด้วยระบบประชานิยม นักการเมืองมักจะใช้นโยบายประชานิยมมาเป็นเหยื่อล่อผู้ออกเสียง
ที่ผ่านมาในช่วงหลายสิบปี การเมืองกรีซถูกผูกขาดหมุนเวียนกันขึ้นสู่อำนาจระหว่าง 2 พรรคใหญ่ คือ พรรคปาซกและพรรคเอ็นดี หรือประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งทั้งสองพรรคก็มักจะใช้นโยบายประชานิยมต่างๆ เข้าล่อประชาชน พรรคนี้ใช้มากกว่า ในสมัยหน้าพรรคตรงข้ามก็ใช้มากขึ้น ตัวอย่างที่ใช้กันมาเกือบจะทุกสมัยคือ นโยบายเพิ่มจำนวนข้าราชการ ในกรีซใครก็อยากจะเป็นลูกจ้างรัฐกันทั้งนั้น เพราะว่าสวัสดิการดีเยี่ยมครับ
การใช้นโยบายประชานิยมเหล่านี้ ทำให้กรีซเจอกับปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดดุลงบประมาณของรัฐเป็นดินพอกหางหมู และหางหมูมาขาดเอาตอนวิกฤตการเงินโลกปี 2008 นี่แหละครับ ที่รัฐบาลต้องเอาเงินไปทุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจจนไม่มีเงินมาใช้หนี้กันจนเกิดเป็นวิกฤตหนี้กรีซที่ส่งผลกระทบไปทั่วกลุ่มยูโรโซนมากยิ่งขึ้น
การเลือกตั้งในเดือน เม.ย.ที่จะถึงนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นหลังวันที่ 15 นั้น พรรคการเมืองไหนที่จะขึ้นมาก็ต้องยอมรับสภาพครับ ว่าสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปจากเดิม จะใช้นโยบายประชานิยมแบบสมัยก่อนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
อีกทั้งรัฐบาลชุดใหม่ยังจะเจอกับสถานการณ์อันร้อนรุ่มอย่างที่สุดกับกระแสการประท้วง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงอีกหลายๆ ครั้ง เพราะประชาชนตกงานกันมาก เงินไม่มีกิน สวัสดิการถูกลด อนาคตสั่นคลอน
ว่ากันว่าวิกฤตหนี้ของกรีซเริ่มต้นมีสาเหตุมาจากการเมืองนี่เอง และสุดท้ายต้องดูว่าประเทศนี้จะไปรอดหรือไม่รอดนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับการเมืองเช่นกัน
น่าจะเป็นตัวอย่างให้บางชาติแถวๆ นี้ดูไว้เป็นบทเรียน เพราะขนาดเงินไม่มีก็ยังดั้นด้นไปกู้หนี้ยืมสินมากระตุ้นประชานิยมกันอีก
กระตุ้นเพื่อเศรษฐกิจของชาติอย่างแท้จริงไม่มีใครว่า แต่ถ้ากระตุ้นเพื่อประชานิยมหวังผลทางการเมือง อันนี้เตรียมวายวอดกันครับ







