
ถกปฏิรูประบบการเงิน-ควบคุมการบริโคยา ลดเหลื่มล้ำ 3 กองทุนสุขภาพ
ที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 กองทุนประกันสุขภาพภาครัฐ ซึ่งประกอบด้วย
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 กองทุนประกันสุขภาพภาครัฐ ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ในวันที่ 13 มี.ค. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะนั่งเป็นประธาน หารือใน 2 กรอบใหญ่
1.แผนปฏิบัติการการสร้างความเป็นเอกภาพของระบบการให้บริการเจ็บป่วยฉุกเฉินสำหรับประชาชนไทย
2.รูปแบบการเงินการคลังระยะยาวของระบบประกันสุขภาพภาครัฐ (Long Term Health Care Financing Model)
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีวาระเพื่อพิจารณาอีก 2 ประเด็น คือ มาตรการการควบคุมการบริโภคยาในระยะยาว และข้อเสนอแนวทางบูรณาการของงานสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค
ด้านคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดย คณิศ แสงสุพรรณ ซึ่งเป็นกรรมการสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินการคลัง จะเสนอ 8 มาตรการ เพื่อปฏิรูประบบการเงินการคลังในระยะยาว ได้แก่ 1.ลดการใช้ยา 2.กำหนดราคากลางสำหรับจัดซื้อยา และความร่วมมือระหว่าง 3 กองทุนเพื่อประมูลยาให้ได้ราคาต่ำ 3.ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินสำหรับผู้ป่วยในเป็นการจ่ายตามกลุ่มโรค (ดีอาร์จี)
4.ประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ 5.สร้างระบบติดตามและประเมินผล 6.แก้ปัญหาการจ่ายเงินให้กับผู้ป่วยนอกที่ใช้สิทธิสวัสดิการข้าราชการ 7.จัดตั้งระบบการบรรจุข้าราชการใหม่ 8.แนวทางการควบคุมค่าใช้จ่ายของกองทุน สปส.
ทั้งนี้ หากบรรลุจุดประสงค์ทั้งหมด จะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐได้ถึงปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท
พร้อมกันนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้ทั้งสามกองทุนสุขภาพประเมินค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น หากประกาศใช้มาตรฐานเดียวสำหรับผู้ป่วยในต่อกรณีการเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยหลักการเบื้องต้นที่เห็นชอบไปแล้วคือ ทั้งสามระบบประกันสุขภาพสามารถเบิกจ่ายได้อย่างเท่าเทียมที่ไม่เกิน 1.05 หมื่นบาทต่อคนต่อครั้ง
สำหรับผลการประเมินที่จะรายงานต่อที่ประชุมในวันนี้ ประเมินบนกรอบระยะเวลาเพียง 6 เดือน ก่อนหมดปีงบประมาณ 2555 โดย สปสช.จะไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่วน สปส.จะเพิ่มขึ้น 122 ล้านบาท ขณะที่สวัสดิการข้าราชการเพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท
ดังนั้น หากเดินหน้าเข้าสู่ระบบสุขภาพมาตรฐานเดียวในกรณีข้างต้น จะต้องใช้งบประมาณอีกประมาณ 323 ล้านบาท
ขณะที่ นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. ซึ่งได้รับมอบหมายให้นำเสนอความพร้อมในการทำหน้าที่หน่วยจ่ายกลาง (Clearing House) จะนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณารายละเอียดในเรื่องดังกล่าว ว่า สปสช.จะเป็นหน่วยงานกลางให้โรงพยาบาลที่ไม่ได้เข้าร่วมใน 3 ระบบประกันสุขภาพ เข้ามาเบิกจ่ายเงินกรณีให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน
แหล่งข่าวในคณะกรรมการชุดนี้แสดงความกังวลว่า หากที่ประชุมเห็นชอบและให้ประกาศใช้มาตรฐานเดียวกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินของทั้งสามระบบแล้ว อาจเกิดปัญหาความสับสนในขอบเขตการให้สิทธิตามมา โดยเฉพาะนิยามกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้รอบด้าน







