
‘ปรองดองล่ม’เสธ.หนั่นฟันธง
ติงพท.เร่งรีบ/หยุดพูดถึงทักษิณ ปูโยนสภาตัดสินพี่ชายกลับไทย
ติงพท.เร่งรีบ/หยุดพูดถึงทักษิณ ปูโยนสภาตัดสินพี่ชายกลับไทย
“เสธ.หนั่น” เป็นมึนท่าทีเพื่อไทยเร่งเกมปรองดองเกินไป เชื่อไม่มีทางสำเร็จแน่
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า วิธีการปรองดองที่มีอยู่ในปัจจุบันเชื่อว่า ไม่สำเร็จแน่ โดยเฉพาะการที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จะเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ก็ควรพิจารณาในส่วนของคณะกรรมาธิการฯ ปรองดองของสภาด้วย ไม่เช่นนั้นจะตั้งขึ้นมาทำไม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้ดูแล้วสับสนกันไปหมด
“ตอนนี้มันแปลกๆ ทำไมถึงเร่งปรองดองกันเกินไป ผมพูดเลยว่าไม่มีทางสำเร็จ การปรองดองจะสำเร็จได้ต้องบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติ ทุกคนต้องเข้าใจและต้องไม่มีเงื่อนไข ถ้ายังขืนมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอย่างนี้คงเป็นไปไม่ได้ และคงไม่สำเร็จ และต้องหยุดพูดเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยกันทั้งสองฝ่าย วันนี้เรากำลังทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก” พล.ต.สนั่น กล่าว
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยว่า ทนายพันธมิตรได้รับการติดต่อจากทนายของฝ่ายระบอบทักษิณบางคนว่า ขอให้พันธมิตรยอมเข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรมให้แก่ทุกฝ่าย ซึ่งพันธมิตรได้ปฏิเสธไปเพราะต้องการรักษากระบวนการนิติรัฐ แต่หลังจากนั้นก็กลับมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับพันธมิตร ทั้งที่ได้มีการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในคดีดังกล่าวต่ออัยการสูงสุดไปแล้วก่อนหน้านี้
นายปานเทพ กล่าวว่า พันธมิตรขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่าทำลายกระบวนการยุติธรรมด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่ใช้ชื่อว่า ปรองดอง
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากนี้จะใช้เวลา 5 เดือน เดินสายชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงการเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสู่สภา หลังจากนั้นจะใช้ช่องทางให้ สส.ไม่น้อยกว่า 20 คน เข้าชื่อเสนอกฎหมายฉบับนี้ ก็อยู่ที่ประธานสภาจะบรรจุระเบียบวาระการประชุมว่าจะพิจารณาได้เมื่อไร
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า มีวิธีจะนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทยว่า เรื่องทั้งหมดไม่ใช่อยู่ที่คนใดคนหนึ่ง แต่ให้อยู่ที่รัฐสภา เชื่อว่าทุกคนจะทำทุกอย่างโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ
เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่ว่าถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านจะเป็นชนวนความขัดแย้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวเสียงอ่อยว่า “ไม่ได้กลับหรอกค่ะ”







