posttoday
ปราโมทย์อัดแผนจัดการน้ำสวนทางพระราชดำริ

ปราโมทย์อัดแผนจัดการน้ำสวนทางพระราชดำริ

12 มีนาคม 2555

"ปราโมทย์"ระบุแนวคิดจัดการน้ำของรัฐบาลแตกต่างจากแนวพระราชดำริที่ให้ประชาชนรับผลกระทบน้อยที่สุด

"ปราโมทย์"ระบุแนวคิดจัดการน้ำของรัฐบาลแตกต่างจากแนวพระราชดำริที่ให้ประชาชนรับผลกระทบน้อยที่สุด

นายปราโมทย์ ไม้กลัด กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) กล่าวในการเสวนาเรื่อง “การบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ”ติ์ ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)  ในงานเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ประโยชน์สุข สู่ปวงประชา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า แนวทางการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลกับการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างมาก

แนวทางตามแนวพระราชดำริทรงไม่ได้ดูแค่น้ำเป็นเป้าหมายหลัก แต่ยังศึกษาภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ วิถีชีวิต วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ที่พระองค์ท่านจะพระราชทานความช่วยเหลือด้วย ทรงเน้นการบริหารจัดการน้ำสร้างแหล่งน้ำในระดับชุมชน หมู่บ้านและตำบลเป็นหลัก ให้ประชาชนมีน้ำพอกินพอใช้ตลอดทั้งปีสร้างเศรษฐกิจของตัวเองได้ ซึ่งจะต่างกับแนวทางบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลที่มักคิดแต่โครงการขนาดใหญ่ ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างเพื่อเป็นหน้าเป็นตาของรัฐบาล และต้องพัฒนาแล้วคุ้มค่ากับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
         
"ขณะที่แนวทางตามพระราชดำรินั้น พระองคท์ท่านจะรับสั่งว่า ถ้าทำแล้วประชาชนในที่ทุรกันดารมีน้ำ มีความสุขก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแล้วที่สำคัญคือ ทุกครั้งไม่ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเข้าไปบริหารจัดการน้ำพื้นที่ไหน พระองค์ท่านจะทรงทำประชาพิจารณ์ ให้ชาวบ้านในพื้นที่มีส่วนร่วมในการออกความเห็น ว่าเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวหรือไม่ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบเดือดร้อน หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด" นายปราโมทย์ กล่าว
        
นายชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล นักวิชาการด้านการบริหารจัดการน้ำ และกรรมการ กยน. กล่าวว่า ที่ผ่านมา กยน.ได้บริหารจัดการน้ำโดยยึดตามแนวพระราชดำริมาตลอด ไม่ว่าการดำเนินโครงการใดๆ จะต้องมีการทำประชาพิจารณ์โดยกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกครั้ง การดำเนินการปิดล้อมพื้นที่เศรษฐกิจหลัก 10,000 ตารางกิโลเมตร เพื่อไม่ให้น้ำมาประชิดเขตเมืองนั้น คือเป็นความจำเป็น แม้ว่าพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมดจะพื้นที่ 160,000 ตารางกิโลเมตร ดังนั้นเป็นต้องมีการเตรียมการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ตอนเหนือของพื้นที่เศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย
         
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า โครงการต่างๆ ตามแผนงาน กยน.ทั้งเรื่องการสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำพื้นที่ต้นน้ำและตอนกลางของลุ่ม เจ้าพระยา รวมทั้งการกำหนดพื้นที่รับน้ำ เส้นทางฟลัดเวย์ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เพราะอยู่ในระหว่างการให้กระทรวงมหาดไทยไปเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนใน พื้นที่อยู่ โดยเบื้องต้นตอนนี้ใช้การบริหารปริมาณน้ำจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำอยู่ และให้ชาวนาปลูกข้าวแค่ปีละ 2 ครั้งเท่านั้นไปก่อน
         
นายชูเกียรติ กล่าวยืนยันอีกว่า การกำหนดพื้นที่เส้นทางฟลัดเวย์ฝั่งทุ่งตะวันตกที่มีการผันน้ำจากลุ่ม เจ้าพระยาไปออกแม่น้ำท่าจีน ทาง จ.นครปฐม โดยไม่ให้น้ำไหลผ่านพื้นที่เศรษฐกิจหลัก คือ จ.พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร นั้น เป็นแนวทางที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและเส้นทางฟลัดเวย์ในอดีต เพราะลุ่มแม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำเจ้าพระยานั้นเป็นเส้นทางทางตามธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้กรมทางหลวงและกรมชลประทานกำลังดำเนินการอยู่.

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง