posttoday
คนกรุงสับเละ กทม.ซื้อ ฮ.ดับเพลิงปลายเหตุ

คนกรุงสับเละ กทม.ซื้อ ฮ.ดับเพลิงปลายเหตุ

12 มีนาคม 2555

ดูคล้ายจะเป็นการโยนหินถามทาง

โดย...อาทิตย์ เคนมี

ดูคล้ายจะเป็นการโยนหินถามทาง เมื่อผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยแนวคิดเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอัคคีภัย โดยหนึ่งในข้อเสนอที่ผุดขึ้นมาคือ การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์และรถกระเช้าดับเพลิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความหวาดผวาให้กับคนกรุงไม่น้อย โดยเฉพาะตึกระฟ้าในพื้นที่ใจกลางเมือง ซึ่งพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและแหล่งธุรกิจสำคัญ เช่น อาคารฟิโก้ เพลส ย่านอโศก พนักงานออฟฟิศวิ่งหนีตายอลหม่าน และล่าสุดเกิดเหตุที่ โรงแรม แกรนด์ ปาร์ค อเวนิว ซอยสุขุมวิท 22 ส่งผลให้ชาวต่างชาติเสียชีวิตแล้ว 2 คน ที่เหลือบาดเจ็บอีกระนาว ทำให้ กทม.ต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น

กระทั่ง พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. ออกมาระบุว่า ได้สั่งการให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำโครงการจัดซื้อ ฮ. 1 ลำ และรถกระเช้าขนาดใหญ่ 1 คัน เพื่อใช้ในภารกิจฉุกเฉิน สอดรับกับ สุทธิชัย วีระกุลสุนทร ประธานสภา กทม. ที่เห็นด้วยว่าควรซื้อ ฮ.ลำใหญ่ขนาด 20 ที่นั่ง

ทว่าภาคประชาชนชาว กทม. ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากนโยบายของรัฐ ต่างคัดค้านกับแนวคิดของ กทม. และกังวลว่าการจัดซื้อ ฮ.จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นจริงหรือ และจะซ้ำรอยเดิมกับการจัดซื้อรถดับเพลิงฉาวอีกหรือไม่

คนกรุงสับเละ กทม.ซื้อ ฮ.ดับเพลิงปลายเหตุ

 

ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า ก่อนที่จะจัดซื้อ ฮ. โดยใช้งบประมาณจากเงินภาษีประชาชน เคยถามประชาชนบ้างหรือไม่ เมื่อซื้อมาแล้วอาจไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน เข้าทำนอง “ขี่ช้างจับตั๊กแตน” อีกทั้งยังมีค่าบำรุงรักษาค่อนข้างสูง

ศรีสุวรรณ กล่าวว่า กทม.ไม่ควรสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ ขอเพียงแค่บังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัดกว่าที่เป็นอยู่ และต้องให้เจ้าของอาคารรับผิดชอบในการติดตั้งระบบความปลอดภัยต่อสถานที่ของตัวเอง เช่น การใช้มาตรการด้านภาษีเพื่อจูงใจให้เอกชนลงทุนเพิ่มขึ้น หรือใช้ภาษีกดดันหากไม่ปฏิบัติตาม

“สิ่งที่ กทม.หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมาตลอดก็คือ รถไฟฟ้าบีทีเอสและทางเท้าลอยฟ้า (สกายวอล์ก) เป็นตัวปัญหาสำคัญที่กีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ซึ่ง กทม.ควรทบทวนก่อนที่จะมีการสร้าง” เขา กล่าว

สุรศักดิ์ อินทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กทม. ในฐานะเครือข่ายพลเมือง กล่าวว่า เห็นด้วยหากจะซื้อ ฮ.แล้วใช้ประโยชน์ได้จริง แต่เป็นห่วงเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อ เช่นเดียวกับรถดับเพลิง 6,700 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่สามารถนำมาใช้งานได้

ด้าน มณี จิรโชติมงคลกุล ประธานสภาองค์กรชุมชน เขตดุสิต กล่าวว่า ต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหาไฟไหม้อาคารสูงคือ การต่อเติมดัดแปลงอาคารผิดแบบ ฉะนั้น กทม.ควรแก้ไขด้วยการบังคับใช้กฎหมายให้จริงจังมากขึ้น

นอกจากนี้ มณี เสนอว่า การป้องกันอัคคีภัยในระดับชุมชนนั้น รัฐควรสนับสนุนการทำงานของภาคประชาชนมากกว่าที่เป็นอยู่ เช่น สร้างเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์คนเมือง เพื่อให้ชุมชนรู้จักปกป้องดูแลตัวเองและลดภาระของรัฐ

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของคนกรุงที่มีต่อมาตรการป้องกันไฟไหม้ของ กทม.อาจอยู่ในภาวะที่เรียกได้ว่า “ไม่ไว้วางใจ”

ล่าสุด “สวนดุสิตโพล” เผยผลสำรวจประชาชนพบว่า 53.93% ไม่ค่อยเชื่อมั่น เพราะในระยะหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ่อยครั้ง และมักประสบปัญหาการช่วยเหลือ และการกู้ภัยของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันประชาชนอีก 48.90% เห็นว่าตึกสูงต่างๆ ควรมีระบบการป้องกันที่ดีกว่านี้ และต้องตรวจเช็กระบบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

หาก กทม.ต้องการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา การใช้เครื่องมือทางกฎหมายให้เข้มข้นจริงจังกว่านี้ ย่อมเป็นการดีกว่าวัวหายแล้วล้อมคอก หากพบเจ้าของอาคารและเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงซิกแซ็กต้องจัดการให้เด็ดขาด

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล