
ไอซีทีพร้อมแจงครม.ในคดียึดทรัพย์สัปดาห์หน้า
ไอซีทีพร้อมเสนอความคืบหน้าคดียึดทรัพย์ต่อ ครม. สัปดาห์หน้า ขีดเส้นคณะกรรมการสอบสวน ต้องเสร็จภายใน 30 วัน
ไอซีทีพร้อมเสนอความคืบหน้าคดียึดทรัพย์ต่อ ครม. สัปดาห์หน้า ขีดเส้นคณะกรรมการสอบสวน ต้องเสร็จภายใน 30 วัน
ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า การประชุมครม.วันอังคารที่ 9 มี.ค.นี้ ทางไอซีทีจะเสนอความคืบหน้าส่วนของการดำเนินงานของไอซีทีที่เกี่ยวข้องกับคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ให้ครม.ทราบ เพราะคาดว่าทางทีโอทีจะเสนอข้อมูลบางส่วนให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ภายในสัปดาห์นี้
คณะกรรมการชุดดังกล่าว มี พ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงและอดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นประธาน ซึ่งไอซีทีได้กำหนดระยะเวลาว่าภายใน 30 วัน จะต้อได้ข้อสรุปทั้งหมด โดยเฉพาะมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับไอซีที ทีโอที และกสท โทรคมนาคม
ทั้งนี้ คณะทำงานประกอบด้วย พ.ต.อ.สุชาติ นายพรศักดิ์ ศรีณรงค์ รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุดและ กรรมการ กสทฯ นายจีระศักดิ์ พงษ์พิษณุพิจิตร์ ประธานกรรรมการบริหาร (บอร์ด) สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) นางเมธินี เทพมณี ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กระทรวงไอซีที ตัวแทนจากดีเอสไอส 2 ท่าน นิติกรของไอซีที 2 ท่าน และ ตัวแทนจากทีโอที อีก 2 ท่าน
สำหรับคณะทำงานชุดนี้มีหน้าที่สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ทราบความเสียหายของ ทีโอทีและ กสทฯ และกระทรวงไอซีทีทั้งหมด หลังคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาทมีอำนาจเรียกคนที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ หากผลสอบสวนมีพยานที่ชัดเจนว่าทำให้ทีโอทีและ กสทฯ เสียหาย ให้ยื่นฟ้องทางแพ่ง
รายงานข่าวจากทีโอที ระบุว่า นายธีรวุฒิ บุญยโสภณ ประธานบอร์ดทีโอทีได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารด่วนเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อส่งสัญญาณให้ฝ่ายการเมือทราบว่าทางทีโอทีไม่ได้เพิกเฉยต่อเรื่องดังกล่าว และเพื่อมิให้เข้าข่ายมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งภายใน 2-3 วันนี้ จะเร่งสรุปการแก้ไขสัญญาโทรศัพท์ระบบบัตรเติมเงิน (พรีเพด) เพื่อรายงานให้คณะกรรมการของไอซีทีทราบโดยเร็วที่สุด
ส่วนกรณีนายวิเชียร นาคสีนวล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ที่ถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด บอร์ดรอหนังสือจากป.ป.ช. และจะต้องตัดสินใจภายใน 30 วันว่าสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า นายวิเชียรมีหลักฐานใหม่เพื่ออุทธรณ์และป.ป.ช.เปิดช่องให้อุทธรณ์ด้วย โดยให้ยึดกรณีของนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อดีตปลัดกระทรวงการคลังเป็นแนวทาง







