
ค้ำเงินกู้ช่วยเอสเอ็มอีน้ำท่วมอืด
บสย.เต้น3เดือนทำได้2พันล.จากเป้าช่วยรายย่อยแสนล้าน
บสย.เต้น3เดือนทำได้2พันล.จากเป้าช่วยรายย่อยแสนล้าน
บสย.เต้นปรับแผนโครงการค้ำประกันเงินกู้เอสเอ็มอีจมน้ำ 1 แสนล้านใหม่ หลังพบผ่านมา 3 เดือน ค้ำประกันไปได้เพียง 2,000 ล้านเท่านั้น
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมช่วงเดือน พ.ย. 2554 จนถึงขณะนี้มีการค้ำประกันสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีไปน้อยมากเพียง 1,000-2,000 ล้านบาทเท่านั้น
ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบมาว่าเอส เอ็มอีที่ถูกน้ำท่วมนั้นได้รับการช่วยเหลือด้านสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เคยกู้เงินอยู่ด้วยไปจำนวนมาก โดยธนาคารต่างๆ มีแพ็กเกจการปล่อยสินเชื่อช่วยน้ำท่วมของตัวเองออกมาอยู่แล้ว จึงทำให้ไม่ค่อยสนใจเข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อกับ บสย. ประกอบกับวงเงินค้ำประกันอาจจะน้อยไปทำให้ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 15 แห่งไม่ส่งลูกค้ามาร่วมโครงการให้ บสย. โดยโครงการดังกล่าวกำหนดวงเงินค้ำประกันต่อรายสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ถ้ากู้ไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในวงเงินค้ำประกันสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งหลายธนาคารมองว่าน้อยเกินไป
นายสันติ กล่าวว่า กำลังพิจารณาเรื่องการขยายเงินค้ำประกันให้สูงขึ้น หรือจะเอาโครง การค้ำประกันสินเชื่อ 1 แสนล้านบาทนี้ไปผูกกับโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย วงเงิน 3 แสนล้านบาทที่จะ ธปท.ปล่อยกู้ให้กับสถาบันการเงินไปปล่อยกู้เพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมต่อได้หรือไม่ หรือจะใช้วิธีอื่นๆ สร้างแรงจูงใจให้ธนาคารส่งลูกค้ามาให้บสย.ช่วยค้ำประกัน และหากมีข้อสรุปที่ชัดเจนจะนำไปหารือ กับนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลังในฐานะกำกับดูแลบสย. เพราะหากต้องนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อแก้ไขมติ จะต้องเร่งดำเนินการ เพราะโครงการนี้มีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 31 ต.ค. 2555
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ฝ่ายบริหาร บสย.ทำงานเชิงรุกในการเข้าไปค้ำประกันสินเชื่อเพื่อให้สามารถก้าวไปถึงเป้าหมายค้ำประกันสินเชื่อครบ 5 แสนล้านบาทในปี 2557 โดยปัจจุบันเงินค้ำประกันสินเชื่อของ บสย.อยู่ที่ระดับ 1 แสนล้านบาท ซึ่งการจะก้าวขึ้นไปถึงระดับ 5 แสนล้านบาทนั้นคงต้องทำงานให้หนักขึ้น
“มีหลายแบงก์ที่ยังไม่ยอมเข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อกับ บสย. เพราะมองว่า บสย.ค้ำประกันน้อยเกินไป ซึ่ง บสย.ไม่มีอาวุธในการปล่อยสินเชื่อได้เอง ต้องอาศัยบรรดาธนาคารต่างๆ ในการช่วยปล่อยสิน เชื่อและหาลูกค้าให้ ดังนั้นต้องร่วมกันคิดวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ บสย. ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยเตรียมจะทำเป็นแพ็กเกจเสนอไปยังนายวิรุฬ (เตชะไพบูลย์)” นายสันติ กล่าว
สำหรับโครงการค้ำประกันสิน เชื่อเอสเอ็มอีที่ถูกน้ำท่วมวงเงิน 1 แสนล้านบาทนั้น มีระยะค้ำประกัน 7 ปี คิดค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 1.75% ต่อปีของวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ โดยรัฐบาลจ่ายชดเชยให้ใน 3 ปีแรก แต่ต้องเป็นสินเชื่อขอกู้ใหม่ และห้ามนำไปชำระหนี้เดิม โดยธนาคารพาณิชย์จะคิดดอกเบี้ยกับลูกค้าอัตรา 3% เป็นเวลา 3 ปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยตามอัตราปกติของธนาคาร ซึ่งเอสเอ็มอีต้องไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ก่อนวันที่ 1 ส.ค. 2554







