posttoday
กรีซ ยังยิ้มไม่ออก รอดผิดนัดชำระหนี้ แต่ไม่พ้นขอเงินช่วยเหลือรอบ 3

กรีซ ยังยิ้มไม่ออก รอดผิดนัดชำระหนี้ แต่ไม่พ้นขอเงินช่วยเหลือรอบ 3

12 มีนาคม 2555

ในที่สุดวิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซก็เดินมาถึงบทสรุปที่เป็นไปตามขั้นตอนที่บรรดาผู้นำกลุ่มสหภาพยุโรป

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ในที่สุดวิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซก็เดินมาถึงบทสรุปที่เป็นไปตามขั้นตอนที่บรรดาผู้นำกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) หมายมั่นไว้

เนื่องจากเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ประเทศหนี้ท่วม เช่น กรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือก้อนที่ 2 มูลค่า 1.3 แสนล้านยูโร (ราว 5.2 แสนล้านบาท) หลังจากที่บรรดาเจ้าหนี้ผู้ถือครองพันธบัตรกรีซยอมสมัครใจเข้าร่วมแผนการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาลกรีซ หรือโครงการสวอปหนี้อย่างล้นหลามถึง 95.7% ซึ่งจะช่วยให้มูลค่าหนี้ของกรีซหายวับไปถึง 1 แสนล้านยูโร (ราว 3.93 ล้านล้านบาท)

เรียกได้ว่าบรรลุเป้าที่ตั้งไว้ในโครงการปรับโครงสร้างหนี้รัฐครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์กรีซ และบรรลุเงื่อนไขการขอเงินช่วยเหลือรอบ 2 จากอียู ไอเอ็มเอฟ และอีซีบี

ผลลัพธ์ที่ได้ส่งผลให้กรีซสามารถรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้อีกครั้ง และเป็นบทสรุปที่เรียกรอยยิ้มจากบรรดานักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากช่วยให้ยุโรปทั้งภูมิภาคสามารถรอดพ้นวิกฤตด้านการเงินตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ได้อย่างหวุดหวิด

กระนั้น บทสรุปแฮปปี้ที่เกิดขึ้นนี้กลับเป็นสิ่งที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์หลายสำนักเห็นตรงกันว่า ยังไม่ใช่ตอนจบของซีรีส์วิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซ

กรีซ ยังยิ้มไม่ออก รอดผิดนัดชำระหนี้ แต่ไม่พ้นขอเงินช่วยเหลือรอบ 3

 

เพราะหลายฝ่ายยังคงกังขาและกริ่งเกรงว่า กรีซมีแนวโน้มจะยื่นขอเงินช่วยเหลือเป็นรอบที่ 3 ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ในรายงานการคาดการณ์สภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์หนี้สาธารณะเบื้องต้นของภูมิภาคยุโรป ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างอียู อีซีบี และไอเอ็มเอฟ ระบุว่า ประเทศกรีซน่าจะต้องการเงินช่วยเหลืออีกก้อนมูลค่า 50 ล้านยูโร ภายในระหว่างปี 2558 และ 2563

ยิ่งไปกว่านั้น ในรายงานฉบับเดียวกันยังระบุอีกด้วยว่ากรีซมีสิทธิเผชิญหน้ากับวิกฤตทางการเงินครั้งสำคัญของประเทศอีกรอบ เนื่องจากไม่มีเจ้าหนี้รายไหนยอมให้กู้อีกต่อไป ภายหลังจากที่เห็นตัวอย่างบรรดาเจ้าหนี้กรีซ ซึ่งยอมเจ็บตัวมาแล้วก่อนหน้านี้

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับที่ โวล์ฟกัง ชอยเบล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี กล่าวเตือนบรรดานักการเมืองภายในประเทศที่ยกมือสนับสนุนเงินช่วยเหลืองวดที่ 2 แก่กรีซว่า สมาชิกสภาเยอรมนีอาจต้องปวดหัวกับการนั่งพิจารณาเงินช่วยเหลือรอบใหม่ให้แก่กรีซอีกครั้ง

ฌอง โคลด จุงเกอร์ ประธานกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งแม้จะปลุกปลอบใจบรรดานักลงทุนทั่วโลกด้วยการกล่าวว่าเงินช่วยเหลืองวดที่ 3 สำหรับกรีซอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่การลงมือเตรียมความพร้อมสำหรับเงินช่วยเหลือรอบที่ 3 ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

หรือพูดให้เข้าใจได้ง่ายก็คือ ไม่ว่าอย่างไร สถานภาพของกรีซในปัจจุบันยังหนีไม่พ้นวิกฤตจนมีความเป็นไปได้ที่กรีซจำต้องยื่นเรื่องของเงินช่วยเหลืออีกรอบในอนาคตข้างหน้านี้

เหตุผลสำคัญหนึ่งเดียวที่ทำให้นักวิเคราะห์ หรือแม้กระทั่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐ ศาสตร์คาดการณ์ออกมาได้อย่างตรงกันก็คือ ความเป็นจริงของสภาพเศรษฐกิจในขณะนี้ทั้งของประเทศกรีซและของภูมิภาคยุโรปที่ยังอยู่ในภาวะถดถอย

สำหรับยุโรปภาวะถดถอยย่อมทำให้การค้าการลงทุนของภูมิภาคขาดความคึกคัก เนื่องจากนักลงทุนไม่เชื่อมั่นจนพากันหนีหาย ซึ่งจะส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงินของภูมิภาคจนเหล่าธุรกิจสัญชาติยุโรปอาจต้องประสบปัญหากับการดำเนินงานของบริษัทเพราะไม่มีแหล่งเงินทุน

สำหรับกรีซเศรษฐกิจที่ไม่กระเตื้อง ยังหมายรวมถึงการที่ประชาชนส่วนใหญ่หันมาอดออม ไม่ซื้อ ไม่ใช้ จนทำให้ธุรกิจห้างร้านจำต้องหาทางประคับประคองบริษัทให้อยู่รอด เช่นเดียวกับที่ภาครัฐต้องลดการขาดดุลงบประมาณ จนทั้งรัฐทั้งเอกชนต่างหันมารัดเข็มขัดด้วยการปลดคนงานออก ซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ถดถอยให้ซบเซาหนักไปอีก

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อนสำนักงานสถิติแห่งชาติกรีซเพิ่งจะประกาศอัตราการว่างงานในประเทศ ซึ่งพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 21% ขณะที่ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2554 อยู่ที่ 6.9% น้อยกว่าที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 7.5% โดยนักวิเคราะห์ต่างมองว่าสภาวะเศรษฐกิจหดตัวของกรีซจะยังคงมีอยู่ภายในปีนี้ ซึ่งคาดกันว่าจะหดตัวอีกประมาณ 2.8%

สรุปได้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ทำให้กรีซยังไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ของตนเองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อีกหลายฝ่ายก็มองว่า ปัญหาหลักจริงๆ ไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าจะต้องมีการขอเงินช่วยเหลือกันเป็นรอบที่ 3 หรือรอบที่ 4 หรือไม่ แต่อยู่ตรงที่จำนวนเงินที่จะเข้าไปช่วยเหลือต่างหากว่าจะมีมูลค่าเท่าใด

เพราะเอาแค่มูลค่า 1.3 แสนล้านยูโรในปัจจุบัน ทั้งอียู ไอเอ็มเอฟ ตลอดจนอีซีบียังเกี่ยงกันแทบเป็นแทบตายว่า ใครควรจะเป็นผู้รับผิดชอบจำนวนเงินส่วนใหญ่ก้อนนี้

ทั้งนี้ คริสทีน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนไอเอ็มเอฟเพิ่งจะประกาศชัดเจน เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าสำหรับเงินงวดที่ 2 มูลค่า 1.3 แสนล้านยูโรนี้ ไอเอ็มเอฟจะให้เงินช่วยเหลือ 1.8 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.4 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็นจำนวน 14% ของเงินทั้งหมด ขณะที่การช่วยเหลือในรอบแรกนั้นไอเอ็มเอฟช่วยไปถึง 27%

เรียกได้ว่าเป็นการลดบทบาทตนเองในการช่วยเหลือสหภาพยุโรปให้น้อยลง พร้อมกับเรียกร้องให้อียูต้องช่วยเหลือตนเองมากขึ้น จนกลายเป็นที่มาของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ)

ทว่า ปัญหาที่น่าปวดใจและเหนื่อยใจยิ่งกว่าก็คือ หากกรีซจะต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตหนี้สาธารณะอีกครั้งในอนาคต 1.3 แสนล้านยูโรไม่น่าจะเพียงพออีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท