
ชาวนครฯหวั่นทาสีพระธาตุทำเสียอัตลักษณ์
ชาวเมืองคอนวิตกโครงการ“ทาสีองค์พระบรมธาตุ” หวั่นทำอัตลักษณ์เก่าแก่เสียหาย อธิการ มรภ. ชี้หากบูรณะต้องดำเนินตามแบบเดิมเท่านั้น
ชาวเมืองคอนวิตกโครงการ“ทาสีองค์พระบรมธาตุ” หวั่นทำอัตลักษณ์เก่าแก่เสียหาย อธิการ มรภ. ชี้หากบูรณะต้องดำเนินตามแบบเดิมเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังวันมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนานกว่า 785 ปี ประชาชนที่มาร่วมงานได้ทราบข่าว “โครงการทาสีองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช” ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ตั้งอยู่ในเขตพุทธาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเฉลิมฉลองปีสัมพุทธชยันตีครอบ 2600 ปีในเดือนวิสาขะปี 2555 นี้
ทั้งนี้ในโครงการทาสีองค์พระบรมธาตุเจดีห์ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้ที่เคารพศรัทธาจำนวนมาก เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ความเป็นขนานแท้ และดั้งเดิมขององค์พระบรมธาตุเจดีห์เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ไปจากสีซึ่งเป็นสารเคมีสมัยใหม่ ที่ไม่เคยถูกทาทับผิวองค์พระบรมธาตุเจดีห์มาก่อน ตลอดเวลากว่า 785 ปีที่ผ่านมา เว้นแต่มีการบูรณะที่เป็นไปตามหลักการอนุรักษ์โบราณสถานของกรมศิลปากรตั้งใหญ่เมื่อปี 2530 และปี 2550 ที่ผ่านมาเท่านั้น
ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช หนึ่งในคณะกรรมการโครงการเปิดเผยว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการทาสีทับ ซึ่งเท่าที่ได้ศึกษาความเป็นของพระบรมธาตุเจดีห์ผมไม่พบว่ามีการทาสีบูรณะมาเลย แต่มีการใช้เทคนิคการเคลือบผิวหลังจากทำความสะอาดขูดเอาตะไคร่น้ำ วัชพืชออก ซึ่งน่าจะควรใช้วิธีการแบบดั้งเดิมจะดีกว่า และในปีสัมพุทธชยันตีควรคิดร่วมกันว่าทำอย่างไรให้คนหันกลับมาเข้าใกล้พระพุทธศาสนา เข้าใกล้องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่
ด้านนายสวัสดิ์ กฤตรัชตนันท์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ความเป็นมาของโครงการทาสีองค์พระบรมธาตุคือจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับวัดเห็นว่ามีคนที่มีจิตศรัทธาต้องการบูรณะองค์พระบรมธาตุด้วยการทาสี เอาตะไคร่น้ำออก ได้ทำเรื่องไปยังสำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช เพื่อการบูรณะชั้นต้นไม่ขัดข้อง ซึ่งได้มีการประมาณค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามการจะอนุญาตหรือไม่นั้นต้องเสนอผ่านไปยังกรมนำเข้าสู่คณะกรรมการพิจารณา การทาสีนั้นอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงโบราณสถาน จะต้องดูแลอย่างรอบคอบได้เสนอไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือน ทราบว่าที่ประชุมคณะกรรมการของกรมศิลป์ไม่ขัดข้อง แต่มีข้อสังเกตกลับมาด้วยแต่ยังไม่มีหนังสือตอบกลับมา
ด้านนางแสงจันทร์ ไตรเกษม ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 เปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของกรมศิลปากร ซึ่งในเบื้องต้นนั้นได้ส่งเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมวิชาการชุดใหญ่ของกรมศิลปากร ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิ อดีตอธิบดีกรมศิลปากรหลายท่าน ซึ่งสำนักศิลปากรที่ 14 ได้ทำเรื่องขอไป
“ประเด็นมันอยู่ที่จะทาสีอะไร ถ้าเป็นอคริลิคนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด หากจะบูรณะต้องเป็นไปตามรูปแบบเดิมเท่านั้น ซึ่งได้ถามไปแล้วว่าประชาพิจารณ์กันหรือยัง กรมศิลป์ฯได้นำเรื่องเข้าสู่กรรมการชุดใหญ่ไปแล้ว การดำเนินการต้องทำเหมือนเดิมต้องใช้น้ำปูนเราจะเป็นมรดกโลกต้องเหมือนเดิมคือปูนหมักขัดปูนตำและจะต้องทำต่อไปกันเรื่อยๆ บอกเลยว่าหากเป็นอคริลิคเรายอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด” ผอ.สำนักศิลปากรที่ 14กล่าว







