
การเมืองบีบพักหนี้ดี1.5หมื่นล.
แบงก์รัฐสาหัสถูกการเมืองสั่งอุ้มพักชำระหนี้ดี รายได้วูบอีก 1.5 หมื่นล้านบาท ธ.ก.ส.อาการหนัก ผลประกอบการขาดทุน
แบงก์รัฐสาหัสถูกการเมืองสั่งอุ้มพักชำระหนี้ดี รายได้วูบอีก 1.5 หมื่นล้านบาท ธ.ก.ส.อาการหนัก ผลประกอบการขาดทุน
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง กล่าวว่า วันอาทิตย์ที่ 11 มี.ค. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานประชุมกับผู้บริหาร 6 สถาบันการเงินของรัฐ เพื่อสรุปนโยบายพักชำระหนี้ครัวเรือนรายละไม่เกิน 5 แสนบาท ที่เป็นลูกหนี้ดีจำนวน 5 ล้านราย เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในการประชุมที่จะถึงนี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวยังมีปัญหา เบื้องต้นสรุปการพักหนี้ไว้ 2 แนวทาง แนวทางแรก พักชำระเงินต้นเป็นเวลา 3 ปี แต่มีปัญหาว่าลูกหนี้ดีของสถาบันการเงินจะถูกนับเป็นหนี้เสีย หากไม่ผ่อนชำระหนี้เป็นเวลา 3 เดือน
แนวทางที่สอง จะลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ดี 2% เป็นเวลา 3 ปีส่งผลกระทบทำให้ธนาคารรัฐต้องเสียรายได้สูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาท โดยที่ไม่ได้รับการชดเชยจากรัฐบาล
ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เสียรายได้มากสุด 8,000 ล้านบาท ธนาคารออมสิน 3,000 ล้านบาท และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 2,000 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ธนาคารรัฐได้รับผลกระทบจากนโยบายเก็บค่าธรรมเนียมเงินฝาก 0.47% ที่จะเริ่มในเดือน ก.ค.นี้ ทำให้รายได้หายไป 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นของธนาคารออมสิน 8,000 ล้านบาท ธ.ก.ส. 4,000 ล้านบาท และ ธอส. 3,000 ล้านบาท
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จากทั้งสองนโยบายของรัฐบาล ทำให้สถาบันการเงินมีปัญหาด้านการดำเนินงาน โดยเฉพาะ ธ.ก.ส.ผลการดำเนินงานในปีนี้จะออกมาขาดทุน รวมถึงในปีต่อๆ ไป ตราบใดที่มีนโยบายรัฐบาลทำให้สูญเสียรายได้จำนวนมาก โดยไม่ได้รับการชดเชย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นโยบายพักชำระหนี้ลูกหนี้ดี มีหลายหน่วยงานไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพราะเห็นว่าจะเป็นมาตรการส่งเสริมให้ลูกหนี้ขาดวินัยการชำระหนี้
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่กำกับดูแลและเก็บรายได้ของธนาคารรัฐ ก็ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าเป็นนโยบายที่จะทำให้สถาบันการเงินของรัฐมีปัญหา และการนำส่งรายได้ลดลง กระทบภาพรวมการเก็บรายได้ที่มีปัญหาได้น้อยอยู่แล้ว
“ผู้บริหารกระทรวงการคลังหลายฝ่ายเห็นว่ามาตรการดังกล่าวไม่มีความจำเป็น แต่ฝ่ายการเมืองต้องเร่งผลักดันออกมาเป็นผลงานของพรรค” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เดิมการประชุมจะมีขึ้นเวลา 13.00 น. ที่กระทรวงการคลัง แต่นายทนุศักดิ์ที่เป็นคนผลักดันนโยบายนี้ ได้เปลี่ยนที่ประชุมไปที่ทำเนียบรัฐบาล และเปลี่ยนเวลาเป็น 14.00 น. โดยกำชับผู้ร่วมประชุมทุกคนไม่ให้เปิดเผยสถานที่ประชุม เพราะไม่ต้องการให้ผู้สื่อข่าวไปรายงานข่าว เพราะนโยบายยังมีปัญหาทางปฏิบัติ และมีความเสี่ยงที่จะทำให้ธนาคารรัฐเสียหาย







