
ปทส.ลุยไล่นายทุนยึดคืน "ป่าแม่ท่าแพ"
แผ้วถางให้ร้างเตียน เผาเหี้ยนไว้ปลูกยาง
โดย...ธนก บังผล
แผ้วถางให้ร้างเตียน เผาเหี้ยนไว้ปลูกยาง
คงไม่ผิดแผกมากไปกว่านี้ เมื่อสภาพ “ป่าแม่ท่าแพ” บริเวณป่าห้วยขอนซุง ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติในวันนี้ไม่ต่างอะไรจากผืนดินที่มีผู้เข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนที่เข้าไปกว้านซื้อที่ดินเพื่อปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน
ฐานันดร สอนสา เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้สุโขทัย เขต 2 บอกว่า ลักษณะการถางป่ามาจากด้านในออกด้านนอก ในฤดูฝนจะไม่เห็นไร่มันสำปะหลัง แต่พอสิ้นฤดูฝนแล้วจะเห็นชัดว่าป่าไม้ถูกตัดไปเยอะมาก
ที่สำคัญพื้นที่ป่าตรงนี้เป็นป่าต้นน้ำไหลลงสู่แม่น้ำยม ผ่าน จ.สุโขทัย ลงแม่น้ำน่าน ไปสมทบกับแม่น้ำต่างๆ ที่ อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ ก่อนจะเข้ากรุงเทพฯ อีกด้วย
“ปัญหาที่ผ่านมาก็คือ ป่าผืนนี้กรมป่าไม้ยกให้ สปก.401 ทำให้ไม่รู้ว่าแปลงไหนเป็น สปก.401 แปลงไหนเป็นป่าสงวน ตอนนี้ทางกรมป่าไม้ได้ใช้ระบบจีพีเอส สามารถตรวจสอบได้ว่าตรงไหนเป็นป่าสงวน ไม่ต้องดูในแผนที่เหมือนในอดีต แต่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ยังไม่รู้ว่าตรงไหนเป็นป่าสงวน” ฐานันดร ให้ความเห็น
ไม่เพียงเฉพาะที่ดิน สปก.401 คาบเกี่ยวกับพื้นที่ป่าสงวนเท่านั้นที่เป็นปัญหาค้างคาในป่าแม่ท่าแพ แต่การเข้ามาจับจองที่ดินทำกินของชาวบ้านมานานคือต้นเหตุของการบุกรุก
เนื่องจากชาวบ้านที่เคยเข้ามาหาของป่าได้ถางไม้เพื่อปลูกพืชนำผลผลิตไปจำหน่าย นานวันเข้ากลุ่มนายทุนได้ทำการติดต่อขอซื้อที่ดินแปลงนั้น เมื่อชาวบ้านขายให้นายทุนแล้ว ก็ไปถางป่าแปลงอื่นๆ ต่อไปเรื่อยๆ และขายให้นายทุนไปเรื่อยๆ เช่นกัน จนในที่สุดจึงเข้าไปบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติอย่างจงใจ
ปฏิบัติการเข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าแม่ท่าแพ นำโดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ร่วมกับกรมป่าไม้ ตำรวจประจำกองกำกับการ 4 บก.ปทส. และตำรวจภูธร จ.สุโขทัย พบว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติผืนนี้ถูกบุกรุกทำลายไปมากถึง 233 ไร่ 2 งาน 83 ตารางวา
พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ ผบก.ปทส. กล่าวว่า มีผู้ร้องเรียนถึงการบุกรุกของนายทุนจากภาคใต้ ที่ว่าจ้างแรงงานนอกพื้นที่เข้ามาแผ้วถางที่ซึ่งเกี่ยวพันกับ สปก.401 และเมื่อตรวจ สอบแล้วก็พบว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง
“บริเวณพื้นที่ที่ตรวจยึดทั้งหมดเป็นป่าต้นน้ำลำธาร อยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำห้วยหัวแหวน ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพื้นที่ที่ บก.ปทส.ตรวจยึดทั้งหมดมี 3 แปลง ที่อยู่ใกล้กัน รวมมูลค่าความเสียหายแล้วประมาณ 15 ล้านบาท” ผบก.ปทส. กล่าว
พล.ต.ต.นรศักดิ์ กล่าวว่า จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ทรงเป็นห่วงป่าไม้ต้นน้ำลำธารที่ถูกทำลาย จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงอยากจะฝากให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ในพื้นที่แห่งนี้ช่วยกันดูแลป่าไม้ โดยเฉพาะป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ท่าแพ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วในอนาคตจะไม่เหลือป่าไม้เลย และเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกด้วย
ในส่วนของการดำเนินคดีนั้น ผบก.ปทส. กล่าวว่า จะให้นโยบายกับตำรวจ ปทส. ต่อไปนี้คดีที่บุกรุก ให้ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้หรือชาวบ้านสามารถแจ้งความกับตำรวจในท้องที่ได้ทันที หรือทางสายด่วน บก.ปทส. 1136 แล้ว ปทส.จะทำการสืบจับ หากพ้น 3 เดือนไปแล้ว จะจำหน่ายคดี เพื่อให้คดีมีอายุความ 15 ปี โดยจะนำเทคโนโลยีจีพีเอสเชื่อมให้สามารถตรวจสอบในระบบตำรวจได้ว่าคดีบุกรุกป่าไม้ในพื้นที่ต่างๆ เป็นคดีที่เท่าไร เนื่องจากพนักงานสอบสวนทำคดีไว้แล้ว
“ผลการตรวจสอบพื้นที่ 3 แปลง 200 กว่าไร่ ล่อแหลมมาก เขาลูกเล็กลูกน้อยดูไม่ออกเลย ถ้าไม่มีใครแจ้งเราก็แทบจะดูไม่ออกว่าถูกตัดทำลายเป็นอย่างมาก ผู้ใหญ่บ้านเองก็ยังไม่รู้ว่าตรงไหนป่าสงวน ตรงไหน สปก.401 นายทุนจากภาคใต้เหล่านี้ได้เข้าถางเพื่อปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน ขั้นตอนจากนี้ไปเราจะขออนุมัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินคดีเพื่อสาวถึงกลุ่มนายทุนให้ได้ ในส่วนของกรมป่าไม้ก็มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายฟื้นฟูป่าเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้เลย” ผบก.ปทส. กล่าว
แม้จะดูขึงขังในการปราบปรามอย่างเอาจริงเอาจัง ต้องยอมรับว่าทั้งกรมป่าไม้และ บก.ปทส.เอง ก็ยังขาดแคลนเครื่องมือและกำลังคน
โดยเฉพาะ บก.ปทส.ที่แว่วว่า รถยนต์ที่มีอยู่ 26 คัน ต้องขายไป 16 คัน ที่เหลือยังไม่ทำการส่งคืน ทำให้รถที่ใช้ลาดตระเวนและทำงานนั้น เป็นรถยนต์ส่วนตัวทั้งสิ้น
“ตำรวจ ปทส.ในพื้นที่มี 3 คน ดูกันคนละอำเภอ ส่วนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 1 อำเภอมี 4 หน่วยงานที่ดูแล เจ้าหน้าที่อีก 20 กว่าคน ผมถามว่าจะเอากำลังคนที่ไหน อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้บางคน ย้ำว่าบางคนนะครับที่ก็มีส่วนรู้เห็นกับการตัดไม้ บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จริงๆ แล้วถ้าตรวจสอบกันจริงๆ อาจจะต้องมีการยึดบำนาญคืน ในข้อหามาตรา 157 เลยด้วยซ้ำ ส่วนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ดีก็ดีมากๆ ช่วยดูแล ซึ่งก็ต้องเห็นใจ” ตำรวจ ปทส.นายหนึ่งให้ความเห็น
พล.ต.ต.นรศักดิ์ ยังบอกอีกว่า ป่าไม้ที่ถูกถางจนโล่งเตียน ต้นปาล์มขนาดเล็กที่ขึ้นอยู่รายรอบนี้ ต้องปลูกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี ไม่ใช่เพิ่งถางเพิ่งปลูก
“คนปลูกปาล์มได้นี่ต้องรวย เพราะกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 ปี ชาวบ้านบุกรุกป่าผืนนี้มาหลายสิบปีแล้ว และก็มีหลายสิบเจ้าด้วย พอมีนายทุนมาซื้อก็ไปบุกรุกที่อื่นอีก ทำกันอย่างนี้มานาน เรื่อง สปก.401 ระบุไว้ว่า 1.ต้องเป็นเกษตรกรรม รายได้ไม่กี่พันบาท 2.เป็นครูอาจารย์ที่ได้รับมรดกจากพ่อแม่ได้ แต่ครอบครองได้ไม่เกิน 50 ปี ต้องคืน สปก.เพื่อนำไปจัดให้คนอื่นต่อไป แต่ดูจากป่าแม่ท่าแพแล้ว แต่ละคนรวยๆ ทั้งนั้น มีชาวบ้านคนไหนบ้างที่ทำตามกฎของ สปก.” พล.ต.ต.นรศักดิ์ กล่าว
ปัญหาเรื่องการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ เกิดขึ้นหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และสาเหตุก็มาจากปัญหาที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สำหรับป่าแม่ท่าแพ ต้นน้ำลำธารแห่งนี้
แผ้วถางให้ร้างเตียน เผาเหี้ยนไว้ปลูกยาง







