posttoday
‘มะกัน’โอ่พร้อมถล่มอิหร่าน

‘มะกัน’โอ่พร้อมถล่มอิหร่าน

10 มีนาคม 2555

สหรัฐคุยโวอาวุธครบมือพร้อมโจมตีอิหร่าน แถมถล่มได้แรงกว่าอิสราเอล

สหรัฐคุยโวอาวุธครบมือพร้อมโจมตีอิหร่าน แถมถล่มได้แรงกว่าอิสราเอล

พล.ท.เฮอร์เบิร์ต คาร์ลิส ผู้ช่วยเสนาธิการกองทัพอากาศสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ว่า ระเบิดทำลายล้างบังเกอร์ใต้ดินน้ำหนัก 3 หมื่นปอนด์ (1.36 หมื่นกิโลกรัม) คืออาวุธร้ายแรงที่สุดที่กองทัพอากาศสหรัฐสามารถใช้ถล่มอิหร่านเพื่อหยุดยั้งรัฐบาลกรุงเตหะรานจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

รายงานระบุว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นหนึ่งในบรรดาอาวุธของสหรัฐที่มีอานุภาพทำลายล้างทะลุทะลวงคอนกรีตหนา 200 ฟุต ซึ่งเหมาะสมกับการโจมตีที่ตั้งโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ตั้งอยู่ใต้ดิน

พล.ท.คาร์ลิส กล่าวอีกว่า กลยุทธ์การโจมตีของสหรัฐมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งปฏิบัติการทางอากาศ ทางทะเล ไปจนถึงทางอวกาศ หรือแม้แต่กระทั่งทางอินเทอร์เน็ตในโลกไซเบอร์ โดยที่สหรัฐมีศักยภาพในการรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนการโจมตีที่ทันสมัยและแม่นยำจากทั้งทางดาวเทียม เครื่องบินรบล่องหน และเครื่องบินไร้คนขับ

“สหรัฐมีศักยภาพการโจมตีทั้งทางอากาศและทางโลกออนไลน์ มีทั้งเครื่องบินรบยุคที่ 5 ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษในการปล่อยจรวดและระเบิดนำวิถีจากความเร็วสูงสุดเหนือเสียง” ผู้ช่วยเสนาธิการกองทัพอากาศสหรัฐ กล่าว

ด้าน ลีออน พาเน็ตตา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐได้เตรียมวางแผนการโจมตีอิหร่านมาเป็นเวลานานแล้ว และพร้อมที่จะใช้มาตรการทางทหารหากสหรัฐเห็นสมควรแล้วว่ามาตรการคว่ำบาตรหรือมาตรการทางการทูตเพื่อหยุดยั้งอิหร่านจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เกิดความล้มเหลว

พาเน็ตตา กล่าวอีกว่า มั่นใจว่าการโจมตีอิหร่านของสหรัฐในครั้งนี้จะสร้างความเสียหายต่ออิหร่านมากกว่าที่กองทัพของอิสราเอลสามารถทำได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ สหรัฐและอิสราเอลกำลังขัดแย้งเรื่องการเข้าโจมตีอิหร่านเพื่อหยุดยั้งเตหะรานจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หลังจากที่อิสราเอลประกาศกร้าวว่าพร้อมที่จะโจมตีอิหร่านทางอากาศโดยเร็วที่สุดในเดือน เม.ย. โดยให้เหตุผลว่า การเลื่อนการโจมตีออกไปเท่ากับเป็นการเปิดทางให้อิหร่านสามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้จนประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม สหรัฐต้องการเลื่อนระยะเวลาการโจมตีไปจนถึงปี 2556 หรือภายหลังการเสร็จสิ้นการเลือกตั้งสหรัฐ เพราะต้องการใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างถึงที่สุดก่อน

ขณะเดียวกัน ชาติมหาอำนาจ 6 ชาติ ทั้งสหรัฐ รัสเซีย จีน อังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส พร้อมใจออกมาเรียกร้องให้อิหร่านรักษาคำพูดและเปิดทางให้ทีมทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) เข้าตรวจสอบฐานทัพในเมืองพาร์ชิน ซึ่งไอเออีเอเชื่อว่าอิหร่านใช้ทดสอบประสิทธิภาพของอาวุธนิวเคลียร์ที่ผลิตขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้รัฐบาลกรุงเตหะรานปฏิเสธคำร้องขอของไอเออีเอถึงสองครั้ง โดยให้เหตุผลว่าเป็นการละเมิดขอบเขตทางการทหารของประเทศ

ทีมตรวจสอบไอเออีเอเปิดเผยอีกว่า สาเหตุที่อิหร่านเลื่อนเวลาการเข้าตรวจสอบอาจเพราะต้องการทำลายหลักฐานที่อาจเชื่อมโยงเกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ก็เป็นได้

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง