
ตั้งกรรมการยุติศึกชิงน้ำทำนาทั่วประเทศ
กระทรวงมหาดไทยสั่ง อปท.เป็นคนกรรมการยุติศึกชิงน้ำทำนาทั่วประเทศ
กระทรวงมหาดไทยสั่ง อปท.เป็นคนกรรมการยุติศึกชิงน้ำทำนาทั่วประเทศ
นายจาดุร อภิชาตบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะเดินทางมาตรวจติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ที่ศาลกลาง จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้กำชับถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งที่เดินทางไปตรวจราชการมาคือ การแก้ปัญหาภัยแล้วด้วยการบริหารจัดการน้ำและการจัดสรรน้ำในพื้นที่การเกษตร โดยหน่วยงานหนักของกระทรวงมหาดไทยคือ ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับในแต่ละจังหวัด ถือเป็นหน่วยงานหลักที่จะทำงานประสานกับหน่วยงานของกรมชลประทานในการแก้ไขปัญหาด้านนี้
ทั้งนี้ในปีนี้คาดว่าจะประสพปัญหาภัยแล้งที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่เขตภาคกลาง ประกอบกับเกษตรกรหันมาทำนาปรังกันจำนวนมากและมีการเปิดหน้าดินหรือพื้นที่รกร้าง หรือปรับนาปี เพื่อมาทำนาปรังกันเพิ่มมากขึ้นในทุกพื้นที่ แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมารณรงค์ให้ลดพื้นที่การนาปรังแล้วหันไปปลูกพืชตระกูลถั่วแทนก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าเกษตรกรจะไม่สนใจคำเตือน
“มีหลายจังหวัด พบว่าเกิดศึกแย่งน้ำ ชาวนาและชาวบ้านแบ่งออกเป็นฝ่ายต่าง ๆ และเพราะแต่ละฝ่ายต้องการใช้น้ำ จนทะเลาะกัน ปัญหานี้หากไม่เร่งแก้ไขที่ต้นเหตุก็อาจบานปลายได้ ดังนั้นหน่วยงานปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำงานใกล้ชิด พี่น้องประชาชนในชุมชน จะต้องทำหน้าที่ประสานและเป็นคนกลางในการตั้งโต๊ะเจรจา เชิญตัวแทนของแต่ละฝ่ายมาเจาจาเพื่อหาข้อยุติและบริหารจัดการน้ำร่วมกัน ตรงจุดนี้ต้องแก้ไขให้ได้เพราะหากปล่อยให้ทะเลาะกันก็จะไม่เป็นผลดีต่อชุมชนและสังคม"นายจาดุร กล่าว
นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการ จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จ.พระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่การเกษตรประมาณ 1 ล้านไร่ และในฤดูการผลิตที่ผ่านมามีการทำนาปรังเกือบ 6 แสนไร่ ซึ่งในฤดูการผลิตนี้ก็เชื่อว่าจะมีการทำนาปรังไม่น้อยกว่าเดิม ซึ่งทางชลประทานจังหวัดแจ้งมาแล้วว่า ในหน้าร้อยอาจเกิดปัญหาภัยแล้งในพื้นที่การเกษตรที่อยู่ท้ายคลองบ้าง ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานงานกับหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัด รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เข้ามาประสานสนธิกำลัง งบประมาณ และเครื่องจักร ในการขุดลอกคูคลอง เพื่อนำน้ำจัดส่งให้แก่เกษตรกรเพื่อช่วยเหลือหรือบรรทเทาปัญหาในเบื้องต้น เช่นล่าสุดในพื้นที่นอกเขตชลประทานใน อ.บางไทร พบว่ามีพื้นที่นาปรังกว่า 20,000 ไร่เริ่มพบปัญหาขาดแคลนน้ำบ้างแล้ว







