posttoday
พลิกปูมหลังต่อรองซื้อแท็บเล็ตจีนแจกเด็ก ป.1

พลิกปูมหลังต่อรองซื้อแท็บเล็ตจีนแจกเด็ก ป.1

09 มีนาคม 2555

บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ เสนอราคาขายแท็บเล็ตเครื่องละ 81 เหรียญสหรัฐ

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

ภายหลังคณะกรรมการจัดซื้อแท็บเล็ตมีมติเลือก บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ เสนอราคาขายแท็บเล็ตเครื่องละ 81 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,400 บาท ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา มีที่มาที่ไปก่อนที่คณะกรรมการจะเลือกบริษัทแท็บเล็ตสัญชาติจีนผลิตคอมพิวเตอร์แจกเด็ก ป.1 ตามนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต

คณะกรรมการชุดนี้มีผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ เป็นหัวหน้าทีม นำคณะเดินทางไปเจรจากับตัวแทนรัฐบาลจีน ซึ่งทางการจีนแจ้งว่ามี 8 บริษัทที่สามารถผลิตแท็บเล็ตได้ แต่ภายหลังมีการแจกแจงเงื่อนไขการจัดซื้อก็สรุปเหลือเพียง 4 บริษัทเท่านั้น ที่สนใจเสนอราคาตามที่รัฐบาลไทยเสนอ

ประกอบด้วย บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ บริษัท TCL Corporation บริษัท Hier Information Technology (Shenzhen) และบริษัท Huawei Technology แต่สุดท้ายคณะกรรมการพิจารณาเลือกแท็บเล็ตของบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ หลังจากพิจารณาให้คะแนนอันดับ 1 ด้วยบริษัทที่เหลือเสนอราคาสูง

เช่น บริษัท ทีซีแอลฯ เสนอ 89 เหรียญ/เครื่อง และบริษัท ไฮเออร์ฯ เสนอ 103 เหรียญ/เครื่อง และบริษัท หัวเหว่ยฯ เสนอ 135 เหรียญ/เครื่อง โดยภายหลังการเจรจาครั้งนั้นตัวแทนเจรจาได้นำแท็บเล็ตเครื่องตัวอย่างจำนวนหนึ่งกลับมาด้วย

“เหตุที่ตัดสินว่าเป็นเสิ่นเจิ้น สโคปฯ นั้น เป็นการยึดสเปกเป็นตัวตั้งแล้ววัดกันที่ราคา ที่จริงมีแท็บเล็ตอีกรุ่นของบริษัทนี้ที่ราคาถูกกว่าที่ผ่านการประมูลครั้งนี้ มีราคาประมาณ 69 เหรียญ แต่ดูๆ แล้วไม่เวิร์กก็เลยเอาอีกรุ่นดีกว่า ตอนนั้นประมาณเดือน ก.พ. กรรมการเห็นแต่เครื่อง ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่เห็นโรงงาน จึงได้ตัดสินใจว่าจะไปดูโรงงานด้วยตัวเองในวันที่ 1 มี.ค.” 1 ในกรรมการแท็บเล็ตเล่าที่มา

อย่างไรก็ดี การเดินทางไปดูโรงงานผลิตของตัวแทนจากกระทรวงศึกษา ธิการ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประมาณ 20 ชีวิต ได้เรียกตัวแทนจากบริษัทมาหารือพร้อมเยี่ยมชมโรงงานผลิต และทดสอบสมรรถนะของเครื่อง

พลิกปูมหลังต่อรองซื้อแท็บเล็ตจีนแจกเด็ก ป.1

 

“ไปดูโรงงาน ดูสภาพโรงงาน ความน่าเชื่อถือ ดูสายพานการผลิต ใช้เวลา 2 วัน ดูเช้าเย็น ครบทั้ง 4 โรง และวันที่ 3 ก็เรียกเจ้าของโรงงานเข้ามาที่โรงแรม เพื่อทดสอบสเปกเครื่อง หน้าจอ ความร้อน การทำงานต่อเนื่องของแบตเตอรี่ และทดสอบด้วยการทิ้งเครื่องแท็บเล็ตลงพื้น 4 ด้าน ในระดับความสูง 50 ซม. ลงบนพื้นหิน และเปิดเครื่องดูว่ายังทำงานได้หรือไม่ และมีการให้คะแนนแต่ละด้าน” แหล่งข่าวเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบแท็บเล็ตของทั้ง 4 บริษัท ผ่านการทดสอบในระดับที่น่าพอใจ โดยกรรมการระบุว่าหากคะแนนการทดสอบเกิน 60% ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ก่อนข้ามไปดูในส่วนอื่นๆ เช่น เงื่อนไขการส่งมอบ และสุดท้ายก็คือคะแนนราคา/หน่วย

“ตรงนี้ก็มีการกังขากันว่า การทดสอบ ผ่านหมดตามเงื่อนไขในทีโออาร์ ก็เหลือแต่ราคา ใครถูกกว่าก็ได้ไป แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ถ้าถามว่าอยากได้เครื่องของใคร เราบอกว่าในใจอยากได้ของบริษัท หัวเหว่ยฯ ซึ่งราคา 135 เหรียญ/เครื่อง เพราะเปรียบเทียบดูแล้วคุณภาพดีกว่า เราก็รู้ว่าของดีไม่มีราคาถูก ตอนแรกก็ได้ต่อรองกับบริษัท หัวเหว่ยฯ จนได้ราคาที่ 81 เหรียญ/เครื่อง แต่บริษัทมีลูกเล่นระบุไว้ในทีโออาร์ว่าราคา 81 เหรียญ/เครื่อง นั้น ขายให้ได้แค่ 1 หมื่นเครื่อง เกินจากนี้ต้องคิดราคา 135 เหรียญ/เครื่อง ซึ่งเราไม่มีเงินพอ” แหล่งข่าวเปิดเผย

ทั้งนี้ สำหรับการจัดซื้อแท็บเล็ต จำนวน 9 แสนเครื่อง รัฐบาลตั้งงบประมาณจัดซื้อได้เพียง 60% ของนักเรียนทั้งหมดก่อน ที่เหลือจะมีการทยอยอนุมัติ อย่างไรก็ตาม หลัง ครม.อนุมัติแล้วภายใน 10 วัน บริษัทที่ผ่านการประมูลต้องส่งมอบแท็บเล็ต จำนวน 2,000 เครื่อง เพื่อให้ครูทดลองใช้งานตามหลักวิชาการ ซึ่งในกรณีนี้หากพบว่าเครื่องที่ส่งมาใช้งานไม่ได้จริงตามที่ระบุไว้ในสัญญาก็อาจจะพิจารณายกเลิกการสั่งซื้อทั้งหมด

“หลังจากสั่งซื้อแล้วก็มีเรื่องที่ต้องระวัง เราได้ยินมาว่าประเทศฟิลิปปินส์เคยสั่งซื้อคอมพิวเตอร์ของจากจีน หลังการจัดส่งตามกำหนด 23 แสนเครื่องในงวดแรก ปรากฏว่าเครื่องที่ได้ไม่เวิร์ก ฉะนั้นหากตัดสินไม่รอบคอบก็เสียเปรียบเขา พลิกตัวกลับไม่ได้ เราคิดว่าหลังจากได้ 2,000 เครื่อง ถ้าไม่เวิร์กยังมีโอกาสแก้ตัว อีกเรื่องที่กังวลกันก็คือเรื่องบริการหลังการขาย ซึ่งต้องดูในข้อสัญญาสั่งซื้อให้ชัดเจนหลัง ครม.อนุมัติแล้ว” กรรมการแท็บเล็ตทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ