
อุ้มก๊าซถึงต.ค.
กองทุนน้ำมันฯเผยกู้3หมื่นล้านตรึงได้แค่7เดือนรอวัดใจนโยบายรัฐบาลปู
กองทุนน้ำมันฯเผยกู้3หมื่นล้านตรึงได้แค่7เดือนรอวัดใจนโยบายรัฐบาลปู
กองทุนน้ำมันฯ หวั่นเงินกู้ 3 หมื่นล้าน ตรึงราคาพลังงานได้แค่ ต.ค. หลังแอลพีจีพุ่งต่อ กระทบแผนใช้หนี้ยืดกว่า 3 ปี
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน เป็นประธาน ว่า มติที่ประชุมให้เพิ่มกรอบวงเงินกู้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็น 3 หมื่นล้านบาท จะสามารถดูแลราคาพลังงานได้แค่ถึงสิ้นเดือน ต.ค.นี้ เพราะก๊าซซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่กองทุนน้ำมันฯ ต้องใช้งบอุดหนุนหลัก ราคาก๊าซในตลาดโลกยังสูงขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติแนวทางการจัดหาเงินให้กองทุนน้ำมันฯ โดยกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน วงเงินเพิ่มอีก 2 หมื่นล้านบาท ระยะ 3 ปี ซึ่งเมื่อรวมกับวงเงินกู้เดิม 1 หมื่นล้านบาทแล้ว คิดเป็นวงเงินกู้ทั้งสิ้น 3 หมื่นล้านบาท พร้อมขยายเวลาชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมเดิม 1 หมื่นล้านบาท จาก 1 ปี เป็น 3 ปี โดยให้สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (สบพ.) ขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้คืนได้ตามความจำเป็น หากกองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องเหลือไม่พอชำระหนี้
ทาง สบพ.ได้รายงานกรอบการใช้เงินกู้ 3 หมื่นล้านบาท จะสามารถดูแลราคาพลังงานได้ถึงสิ้นเดือน ต.ค.นี้เท่านั้น ภายใต้สมมติฐานราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ตลาดโลกที่ 1,100 เหรียญสหรัฐ/ตัน เพราะภาระหลักของกองทุนน้ำมันฯ คือ การนำเข้าแอลพีจีเฉลี่ยเดือนละ 3,0004,000 ล้านบาท ในขณะที่แผนชำระหนี้ของกองทุนน้ำมันฯ กำหนดไว้ 3 ปี ต้องสอดคล้องกับการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ดังนั้นหากไม่สามารถปรับราคาแอลพีจี เอ็นจีวี และการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากเบนซินและดีเซล จะกระทบต่อรายได้ ส่วนจะต้องมีการขอเพดานกู้เพิ่มหรือไม่ คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และจะทำให้แผนการจ่ายหนี้คืนไม่เป็นไปตามที่วางไว้
ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีฐานะติดลบอยู่ 2 หมื่นล้านบาท โดยมีสถานะติดลบอยู่วันละ 140 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาใช้เงินกู้มาเสริมสภาพคล่องแล้ว 5,300 ล้านบาท
สำหรับแผนการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ยังไม่ได้มีการพิจารณาในครั้งนี้ เพราะเห็นว่ายังมีระยะเวลาในการพิจารณา ซึ่งตามแผนการจัดเก็บเงินจะเริ่มในวันที่ 16 มี.ค. หากมีการพิจารณาก่อนอาจทำให้เกิดการกักตุนได้
ทางด้านการปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่ง ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับขึ้น 75 สตางค์/กิโลกรัม จาก 19.58 บาท/กก. เป็น 20.38 บาท/กก. รวมทั้งการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีอีก 50 สต./กก. ส่งผลให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ 10 บาท/กก.
นายคุรุจิต กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ ปตท. จัดทำบัตรส่วนลดเอ็นจีวีเพิ่มเติมให้แก่กลุ่มรถโดยสารต่างจังหวัด







