
ขึ้นบัญชีดำมือปืนภาคอิสานตอนล่าง
ผบช.ภ.3 สั่งจับตาผู้มีอิทธิพล – มือปืนบัญชีดำภาคอีสานล่าง
ผบช.ภ.3 สั่งจับตาผู้มีอิทธิพล – มือปืนบัญชีดำภาคอีสานล่าง
พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้เรียก ผู้กำกับการและหัวหน้าสถานีตำรวจภูธร 8 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมือง , ปากช่อง , พิมาย , บัวลาย , ด่านขุนทด , ปักธงชัย , สูงเนิน และสีคิ้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะมีการชุมนุมใหญ่ที่จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 5 มี.ค.นี้ ที่บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยในเบื้องต้นทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา คาดว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างเข้าร่วมในการชุมนุมในครั้งนี้กว่า 10,000 คน
ทั้งนี้ตำรวจได้มีการเตรียมกำลังเพื่อเตรียมพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยภายในสถานที่ชุมนุม และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรจำนวนกว่า 1,000 นาย โดยจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา เป็นหลัก ส่วนรายละเอียดของมาตรการรักษาความปลอดภัยยังไม่สามารถเปิดเผยได้
ด้าน พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยถึงสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา , อุบลราชธานี , ชัยภูมิ , สุรินทร์ , บุรีรัมย์ , ศรีสะเกษ , ยโสธร , อำนาจเจริญ ว่าจากข้อมูลที่ทางการข่าวได้รายงานมาทราบว่ากลุ่มคนเสื้อแดงยังคงมีการเคลื่อนไหวในทุกจังหวัด ยกเว้นบุรีรัมย์ และอำนาจเจริญ
โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ เช่น นครราชสีมา และ อุบลราชธานี แต่การเคลื่อนไหวเป็นไปในรูปแบบที่มีการรวมตัวเป็นกลุ่มย่อย ซึ่งล่าสุดจากรายงานด้านการข่าวทราบว่าจะมีการชุมนุมใหญ่ที่จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 5 มี.ค.2553 เพื่อเป็นการโหมโรงก่อนที่จะเคลื่อนพลไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มนปช. ที่กรุงเทพฯในวันที่ 14 มี.ค.2553 และจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมารวมตัวกันจำนวนนับหมื่นคน ซึ่งตนเองได้กำชับและสั่งการให้ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา
สำหรับการเตรียมพร้อมในการรับมือและดูแลรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมครั้งนี้อย่างเข้มงวด โดยจะเน้นในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยสถานที่ชุมนุม สถานที่ราชการ และบ้านพักของบุคคลสำคัญๆ ในจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงมาตรการการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร นอกจากนี้เนื่องจากในวันนั้นจะมีกลุ่มคนมาชุมนุมเป็นจำนวนมากปัญหาที่อาจจะตามมาเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น จึงได้สั่งการให้ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาดูแลในเรื่องนี้เป็นพิเศษและช่วยกันเฝ้าระวังกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาเพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายได้
ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะได้ในการดูแลรักษาความปลอดภัยในวันชุมนุมนั้นจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาเป็นหลัก โดยมีการสนธิกำลังจากสถานีตำรวจภูธรในอำเภอใกล้เคียงมาดูแลรักษาความปลอดภัยในเบื้องต้นประมาณ 1,000 นาย ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เหลืออีกว่า 3,000 นายให้เตรียมพร้อมไว้ในที่ตั้งเพื่อเป็นกำลังเสริมหากเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น เช่นเดียวกันกับตำรวจภูธรในจังหวัดใกล้เคียง ก็ได้สั่งการให้มีการเตรียมพร้อมเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ทางตำรวจยังได้มีการประสานความร่วมมือกับทางกองทัพภาคที่ 2 เพื่อให้เตรียมพร้อมเข้าควบคุมสถานการณ์หากทางตำรวจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่จากการประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้นคาดว่าไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น และนอกจากมาตรการตั้งรับแล้ว ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกจังหวัดทุกสถานีตั้งจุดตรวจจุดสกัดเข้มในการตรวจค้นการพกพาอาวุธ ซึ่งอาจจะมีการพกพาเพื่อใช้ในการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ตลอดในช่วงที่จะมีการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.2553 ไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมกับสั่งจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้มีอิทธิพลและมือปืนในบัญชีดำที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างอย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพมากพอที่จะสร้างความวุ่นวายและสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นได้







