
กางแผนซ่อม- สร้างระบบป้องกันน้ำท่วมปี55
เปิดแผนระบบป้องกัน-บรรเทาน้ำท่วมของกรมชลประทานมูลค่า 1.1หมื่นล้านบาท
เปิดแผนระบบป้องกัน-บรรเทาน้ำท่วมของกรมชลประทานมูลค่า 1.1หมื่นล้านบาท
รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แจ้งว่า แผนงานโครงการเพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัยปี 2555 ในส่วนของกรมชลประทานตามแผนที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) ได้วางไว้มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท ได้วางโครงการที่จะต้องดำเนินการไว้ 4 ด้านประกอบด้วย
1.การป้องกันน้ำล้นจากแม่น้ำ จำนวน 39 แห่ง วงเงิน 4,597 ล้านบาท โดยทั้งหมดเป็นการปรับปรุงคันกั้นน้ำ
2.การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกแม่น้ำ/ทะเล จำนวน 105 โครงการวงเงิน 4,650 ล้านบาท แบ่งเป็นการขุดลอกคลอง 30แห่ง 571 ล้านบาท การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ1 แห่ง 731 ล้านบาท การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ 22 แห่ง 253 ล้านบาท ชุดเครื่องจักร เครื่องมือเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 3 แห่ง 1 ล้านบาท
3.ระบบเสริมในพื้นที่เศรษฐกิจ(นิคมอุตสาหกรรม/ชุมชน) 18 แห่ง วงเงิน 1,903 ล้านบาท
4.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เชื่อมโยงระบบโทรมาตร 1 แห่ง 80 ล้านบาท รวมวงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท เป็นงบประมาณดำเนินการในปี 2555 จำนวน 6,600 ล้านบาท ปี 56 วงเงิน 4,515 ล้านบาท ปี 2556 วงเงิน 432 ล้านบาทและปี 2557 วงเงิน 183 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในรายละเอียดโครงการพบว่า โครงการส่วนใหญ่จะเน้นการปรับปรุง ซ่อมแซม หรือสร้างขึ้นใหม่ในหลายพื้นที่ ที่เกิดการชำรุดและเสียหาย เป็นเหตุให้ปริมาณน้ำเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและกรุงเทพมหานคร เช่น ระบบเสริมในพื้นที่เศรษฐกิจ(นิคมอุตสาหกรรม และชุมชน) ประกอบด้วย ประตูระบายน้ำ(ปตร.)บางโฉมศรี ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี วงเงิน 500 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 750 วัน ซึ่งในปี 2554 ปตร.บางโฉมศรีเสียหายทำให้น้ำเข้าท่วม จ.ลพบุรี
โครงการประตูระบายน้ำข้าวเม่า ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา วงเงิน 60 ล้านบาทระยะเวลาดำเนินการ 240 วัน ป้องกันแม่น้ำป่าสักเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และนิคมอื่นๆ ประตูระบายน้ำคลองกระมัง ต.กระมัง จ.พระนครศรีอยุธยา วงเงิน 140 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 480 วัน ป้องกันน้ำจากแม่น้ำป่าสัก เข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่ชุมชนเมือง
ปตร.คลองหันตรา อ.หันตรา จ.พระนครศรีอยุธยา วงเงิน 210 ล้านบาท ระยะเวลา 550 วัน โครงการกำแพงป้องกันน้ำท่วม คลอง 1 ซ้ายโครงการบรมธาตุ วงเงิน 484 ล้านบาท ป้องกันพื้นที่การเกษตร 2.2 ล้านไร่ ในเขตอ.ยางมณี ผักไห่-เจ้าเจ็ด คลองพระพิมล ถึงบางไทร บางบัวทอง ตลิ่งชัน อ้อมน้อย
แผนงานป้องกันน้ำล้นจากแม่น้ำฝั่งตะวันออก ประกอบด้วย การปรับปรุงคันกั้นน้ำใหญ่ ฝายน้ำล้นเขื่อนเจ้าพระยา –เขากระดี่ ต.เขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท วงเงิน 42 ล้านบาท การดำเนินการ 90 วัน การปรับปรุงคันกั้นน้ำใหญ่ ช่วงธรรมมูล โครงการมโนรมย์ วงเงิน 45 ล้านบาท
การก่อสร้างกำแพงป้องกันตลิ่งคลองเชียงรากน้อยจากคลองเปรมประชากรถึงคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.เชียงราก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี วงเงิน 540 ล้านบาท ระยะเวลา 480 วัน ป้องกันน้ำหลากจากอ.บางไทร บางประอิน เข้าท่วมพื้นที่ชุมชนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขต อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โครงการกำแพงป้องกันตลิ่งชนิดกั้นน้ำได้จากปากคลองบางกรวยถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิต วงเงิน 182 ล้านบาท
ปรับปรุงคลองหกวาสายล่าง ต.พืชอุดม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมฯ วงเงิน 150 ล้านบาท ระยะเวลา 360 วัน เพิ่มศักยภาพการไหลของคลองหกวาสายล่าง เข้าสู่สถานีสูบน้ำสมบูรณ์ การปรับปรุงคลอง13 ต.บึงน้ำรักษ์หนองจอก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมฯ วงเงิน 115 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพความจุของคลองรองรับแผนการระบายน้ำ 200 ลูกบาศ์กเมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที
ปรับปรุงคันกั้นน้ำริมแม่น้ำป่าสัก-แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ บ้านเกาะ หันตรา บ้านโพธิ์ บ้านหว้า วงเงิน 52 ล้านบาท ปรับปรุงคันคลองฝั่งอ.นครหลวง วงเงิน 100 ล้านบาท โครงการประตูระบายน้ำคลองหันตรา วงเงิน 210 ล้านบาท ป้องกันแม่น้ำป่าสักบ่าล้นท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ บางประอิน นวนคร แฟคเตอร์รี่แลนด์ และชุมชนเมืองพระนครศรีอยุธยา
โครงการฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เช่นโครงการปรับปรุงเสริมคันกั้นน้ำใหญ่ ปตร.พลเทพ อุทัยธานี วงเงิน 648 ล้านบาท ป้องกันพื้นที่ 1.1 ล้านไร่ในพื้นที่ ชุมชนหันคา ชุมชนเดิมบางนาบวช ตลาดร้อยปี ตลาดศรีประจันต์ เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ตลาดเก้าห้อง อ.บางปลาม้า โครงการคันกั้นน้ำเชื่อมคันคลองพร้อมอาคารประกอบโครงการแก้มลิงบางบาล วงเงิน 11 ล้านบาท ใช้ควบคุมการรับน้ำเข้าทุ่งเพื่อตัดยอดน้ำ ซึ่งสามารถรับน้ำได้สูงสุด 360 ล้านลบ.ม.
โครงการปรับปรุงคันกั้นน้ำคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน วงเงิน 100 ล้านบาท ป้องกันน้ำจากทุ่งผักไห่ไหลเข้าพื้นที่ทุ่งเจ้าเจ็ด 4 แสนไร่ โครงการปรับปรุงคันคลองชัยนาท-ป่าสักบริเวณ อ.เมือง จ.ลพบุรี อ.หนองโดน บ้านหมอ จ.สระบุรี วงเงิน 250 ล้านบาท ป้องกันน้ำท่วมพื้นที่สองฝั่งคลองชัยนาท
ทั้งนี้หากพิจารณาโครงการที่จะดูแลผลกระทบต่อกทม.และปริมณฑล เช่นการเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำของคลองรังสิต เพื่อนำน้ำไปออกทะเล อาทิ โครงการประตูระบายน้ำ(ปตร.)กลางคลองรังสิต(8-9) วงเงิน 58 ล้านบาทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำออกไปทางนครนายก โครงการปตร.รังสิตคลอง 13 วงเงิน 65 ล้านบาท โครงการก่อสร้างปตร.คลอง 13 คลองหกวาสายล่าง วงเงิน 60 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำของคลองระพีพัฒน์และคลอง 13 และรองรับการระบายน้ำของคลองรังสิตจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก
โครงการปรับปรุงคลองเปรมใต้ (หลักหก) วงเงิน 28 ล้านบาทป้องกันน้ำท่วมกทม.และชุมชนบริเวณคลองเปรมประชากรและหมู่บ้านใกล้เคียงเช่นเมืองเอก โครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำสมบูรณ์ โครงการปรับปรุงคันคลองพระองค์ไชยยานุชิต วงเงิน 70 ล้านป้องกันพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง สนามบินสุวรรณภูมิ และพื้นที่เศรษฐกิจและการเกษตรของกทม.วงเงิน 180 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำออกจากคลองหกวาสายล่างสู่แม่น้ำนครนายก โครงการปรับปรุงคลองระพีพัฒน์แยกใต้ วงเงิน 250 ล้านบาท เพื่อเร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านพื้นที่กทม.
ในส่วนของการเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำแม่น้ำท่าจีน ประกอบด้วย โครงการ ก่อสร้างสถานีสูบน้ำประตูน้ำ(ปตน. )มหาสวัสดิ์2 วงเงิน 220 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน บรรเทาอุทกภัยในอ.พุทธมณฑล นครชัยศรี จ.นครปฐม โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำคลองพระพิมล วงเงิน 100 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน ในอ.บางเลน จ.นครปฐม โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำคลองพระยาบรรลือ วงเงิน 60ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี







