
จำคุก 3 เดือน ฝาแฝดชกวรเจตน์
ศาลสั่งจำคุก ฝากแฝดมือชก วรเจตน์ 6 เดือน แต่รับสารภาพลดโทษให้เหลือ 3 เดือน ไม่รอลงอาญา ด้าน แฝดพี่ เจอข้อหาผิดพรบ.อาวุธปืน โดนคุกอีก7 เดือนรวม 10 เดือน
ศาลสั่งจำคุก ฝากแฝดมือชก วรเจตน์ 6 เดือน แต่รับสารภาพลดโทษให้เหลือ 3 เดือน ไม่รอลงอาญา ด้าน แฝดพี่ เจอข้อหาผิดพรบ.อาวุธปืน โดนคุกอีก7 เดือนรวม 10 เดือน
เมื่อเวลา 11.35 น. พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม คุมตัว นายสุพจน์ และ นายสุพัฒน์ ศิลารัตน์ พี่น้องฝาแฝด ที่ก่อเหตุชก นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในแกนนำคณะนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา ไปส่งฟ้องต่ออัยการศาลแขวดุสิตในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย หรือ จิตใจ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพ
ต่อมา ศาลแขวงดุสิตอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุพจน์ และนายสุพัฒน์ ศิลารัตน์ พี่น้องฝาแฝด ข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน
โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้องจริง พิพากษาให้จำคุกคนละ 6 เดือน แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 3 เดือน แต่เนื่องจาก นายสุพจน์ผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน เมื่อปี 2553 ต้องโทษจำคุก 7 เดือน ศาลจึงพิจารณาเพิ่มโทษนายสุพจน์ จำคุกเป็นเวลา 10 เดือน ไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่าทั้ง 2 คนมีพฤติกรรมไม่เคารพกฎหมาย
ทั้งนี้หลังฟังคำพิพากษาทั้งสองเตรียมให้ญาตินำหลักทรัพย์ เป็นเงินสดประมาณ 1 แสนบาท เพื่อเตรียมประกันตัวต่อสู้คดีชั้นอุทธรณ์ต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.จักรภพ สุคณธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม เปิดเผยถึงกรณี การขอใบอนุญาตในการครอบครองอาวุธปืน หรือใบป.4 โดยอ้างว่าเป็นอาสาสมัครทหารพราน ว่า ทาง สน.ชนะสงคราม คงไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี ในเรื่องการปลอมเอกสารในการขอใบ ป.4 เนื่องจากผู้เสียหายคือทาง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่ ทางทั้ง 2 มาทำการยื่นเอกสารเพื่อขอใบดังกล่าว คงเป็นหน้าที่ของทาง อ.ธัญบุรี เป็นผู้เข้าแจ้งความ ที่ สภ.อ.ที่เกิดเหตุ แต่ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 2ไม่มีชื่ออยู่ในสารบบของอาสาสมัครทหารพราน 26 จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเสมือนเป็นการแจ้งเท็จกับเจ้าหน้าพนักงานอีกด้วย
ล่าสุด ศาลแขวงดุสิต ให้ประกันแฝดสุพจน์-สุพัฒน์คนละ 2.2 หมื่นบาท หลังยื่นหลักทรัพย์ประกันคนละ 5 หมื่น







