
สั่ง8ผู้ว่าฯแก้หมอกควันเด็ดขาด
รัฐกำชับผู้ว่าฯภาคเหนือติดตามปัญหาหมอกควันอย่างใกล้ชิด จี้เชียงรายประสานพม่าร่วมมือป้องกัน คาด 10มี.ค.รู้ผล
รัฐกำชับผู้ว่าฯภาคเหนือติดตามปัญหาหมอกควันอย่างใกล้ชิด จี้เชียงรายประสานพม่าร่วมมือป้องกัน คาด 10มี.ค.รู้ผล
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล 8 จังหวัดภาคเหนือ เปิดเผยว่า ปัญหาหมอกควันและการเผาป่าในพื้นที่ภาคเหนือนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีการประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรทั้ง 3 จังหวัด อาทิ จ.เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ต่อการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่บุกรุกและเผาป่า รวมถึงไร่นาโดยที่ไม่จำเป็น ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการดำเนินการไปแล้ว
ทั้งนี้ ยังได้ให้จ.เชียงราย ประสานไปยังประเทศพม่า เพื่อทำการเจรจาให้ทั้งสองประเทศยุติปัญหาในเรื่องหมอกควันร่วมกัน โดยให้ผู้ว่าฯชียงรายเข้าไปผู้คุยว่ารูปแบบการเจรจาจะเป็นอย่างไร คาดว่าในวันที่ 10 มี.ค.นี้จะได้ข้อยุติ
อย่างไรก็ตาม ได้ส่งฝ่ายมวลชน อาทิ อสม. กศน. โรงเรียนทุกโรงเรียน ลงไปในพื้นที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยใช้งบประมาณที่ตั้งไว้ในปี 55 เพื่อมอบให้องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น (อบท.) ในการที่จะจ้างรถน้ำเข้าไปดับไฟป่า
ส่วนมาตรการขั้นเด็ดในการจัดการปัญหานั้น นายกฯกำหนดให้ดำเนินารเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเร่งดำเนินการ โดยการนำภาพถ่ายดาวเทียม ที่จะสามารถเห็นจุดของการเผาป่าได้ โดยพบว่า 3 จังหวัด ที่มีการเผาป่ามากที่สุด คือ จ.เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน เพื่อที่จะแจ้งไปยังผู้ว่าฯในแต่จังหวัด รวมถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรในทุกพื้นที่ ในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐและชาวบ้าน
“ซึ่งเราทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ครอบครองป่าในแต่ละพื้นที่บ้าง และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เพิกเฉยหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะมีการดำเนินการทางวินัย เพราะปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกคน โดยการเผาที่ก่อให้เกิดหมอกควัน จะทำให้เกิดความกดอากาศสูง ซึ่งถ้าหากสูดดมเข้าไปเป็นจำนวนมาก ก็จะมีแนวโน้มทำให้เกิดโรคมะเร็ง หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและเด็ดขาด ที่ทางรัฐบาลต้องมีการแก้ไข”รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว
นายวรวัจน์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีการประสานกองทัพให้เข้ามาช่วยเหลือ เพราะอยู่ระหว่างติดตามการดำเนินการของทุกกลุ่มอยู่ ทั้งนี้ ได้มีการกำชับไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาบุคลากรรวมถึงงบประมาณ หากไม่เพียงพอให้แจ้งกลับมาทันที ซึ่งจากการตรวจสอบงบประมาณของทุกหน่วยพบว่ายังมีงบประมาณที่เพียงพอ ในแต่ละจังหวัดก็ยังมีเพียงพอในการดำเนินการ เพื่อตรวจสอบร่องรอยทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตนได้ประสานไปยังนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อสั่งการไปยังผู้ว่าฯในแต่ละจังหวัดในภาคเหนือให้มีการตรวจสอบร่องรอยทั้งหมด







