posttoday
มาร์คชี้ยังไม่จำเป็นกู้เงินใช้โครงการน้ำ

มาร์คชี้ยังไม่จำเป็นกู้เงินใช้โครงการน้ำ

07 มีนาคม 2555

"อภิสิทธิ์" ระบุ ไม่จำเป็นเป็นต้องใช้เงินกู้ ทำโครงการบริหารจัดการน้ำ ชี้ยังมีเงินงบกลางเหลืออยู่จำนวนมาก

"อภิสิทธิ์" ระบุ ไม่จำเป็นเป็นต้องใช้เงินกู้ ทำโครงการบริหารจัดการน้ำ ชี้ยังมีเงินงบกลางเหลืออยู่จำนวนมาก

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ได้ให้สัมภาษณ์โทรศัพท์ผ่านรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel  โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวถึง แผนการบริหารจัดการน้ำ ที่ครม. มีมติอนุมัติ 246 โครงการ เป็นจำนวนเงิน 2.5 หมื่นล้าน เมื่อดูภาพรวมงบประมาณ และแผนงานที่ออกมาล่าสุด  มองว่า ตัวโครงการเองส่วนใหญ่เท่าที่ดูผ่าน ๆ ก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะมีความจำเป็นต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งหัวใจในเรื่องนี้เป็นเรื่องการบริหารจัดการ เรื่องฟลัดเวย์ ว่าจะทำให้ประชาชนและนานาประเทศมั่นใจได้อย่างไร สำหรับในเรื่องงบประมาณนั้นตนไม่แน่ใจว่าจำเป็นต้องใช้เงินกู้ เพราะยังมีเงินจากงบกลางที่ยังเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก

“ผมคิดว่าแผนที่ออกมานั้น ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นที่แปลกใจ คือเสมือนกับเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นที่จะต้องทำ ดังนั้นตัวโครงการเอง ผมคิดว่าส่วนใหญ่เท่าที่ดู ผ่าน ๆ ไปก็ไม่ได้มีปัญหา มันมีความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ก็ว่ากันไป แต่ทีนี้ ผมเอง ผมยังไม่แน่ใจว่าตรงนี้จะไปใช้เงินจากเงินกู้ใช่หรือไม่ ความจริงผมก็อยากจะบอกว่า เงินงบประมาณ งบกลางยังเหลือเยอะมากนะครับ น่าจะต้องใช้ตรงนี้เสียก่อน แล้วก็จริง ๆ แล้ว การที่จะไปกู้เงินนั้น รัฐบาลก็ต้องเสนอกรอบเข้าสู่สภาฯ ก่อนตามกฎหมายให้ทราบ แล้วก็ขณะเดียวกันก็ต้องใช้เวลาในการไปกู้เงิน คงไม่ได้หมายความว่าทำวันนี้ พรุ่งนี้ได้เงินกู้เลยทำนองนั้น เพราะฉะนั้นผมยังคิดว่าเงินตัวนี้ในที่สุดทำไมไม่ไปใช้เงินงบกลางซึ่งมีอยู่ในเรื่องน้ำท่วมเสียก่อน ก็คงจะต้องติดตามตรงนี้อีกที ผมไม่แน่ใจว่าในมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ที่อนุมัติแล้วมีการระบุชัดเจนหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบกันอีกครั้ง”

ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภามีมติเกี่ยวกับการตรวจสอบนางนลินี ทวีสิน และนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าในการพิจารณามี 2 ส่วน คือส่วนของผู้ที่ถูกแต่งตั้ง 2 คน มีการพิจารณาว่าในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ทั้ง 2 คนไม่ได้ทำเรื่องตามที่ได้ร้องเรียน ส่วนการพิจารณาในส่วนผู้ที่แต่งตั้งนั้น มีมติว่า ผู้ที่แต่งตั้งนั้นขาดความรอบคอบ และให้กลับไปพิจารณาทบทวนอีกครั้งภายใน 30 วัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าทางผู้ตรวจการฯ นั้นแยกการพิจารณาเป็น 2 ส่วน คือคนที่ตั้ง ตัวนายกฯ มีเลขาฯ ครม. ที่เข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการของการตั้ง แล้วก็คนที่ถูกตั้งก็มี 2 คน สิ่งที่ผู้ตรวจการฯ พูดในส่วนของคนที่ถูกตั้ง 2 คนคือคุณณัฐวุฒิ กับคุณนลินี เข้าใจว่าผู้ตรวจการฯ บอกว่า พฤติกรรมที่มีการร้องเรียนทั้งหลายนั้นเป็นเรื่องอดีต เพราะฉะนั้นคล้าย ๆ กับว่าตรงนี้ก็จึงไม่มีปัญหาที่จะต้องพิจารณาว่าผิดหรือไม่ผิดจริยธรรม เพราะว่าเหมือนกับถูกร้องในขณะดำรงตำแหน่ง เขาไม่ได้ทำเรื่องพวกนี้ในระหว่างดำรงตำแหน่งก็จบไปก่อน ส่วนคนที่ตั้งตัวเลขาฯ ครม. เขาก็บอกว่า ไม่ได้มีอะไร ก็หมายความว่าทำตามหน้าที่อะไรต่าง ๆ ไปแล้ว แต่ว่าก็บอกว่า นายกฯ นั้นขาดความรอบคอบ ในความหมายที่ว่าควรจะได้มีการพิจารณาประเด็นที่เป็นที่มาของการร้องเรียน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จึงเป็นที่มาที่บอกว่าให้ไปดูอีกทีว่าการตั้งนั้น คล้าย ๆ กับไปทบทวนว่ามันกระทบเกียรติภูมิของประเทศอะไรหรือไม่ โดยสรุปฟังแล้วก็หมายความว่า ทางผู้ตรวจการฯ ก็บอกเหมือนกับที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า มันน่าจะมีประเด็นความเหมาะสม ไม่เหมาะสมอยู่ ที่จะต้องพิจารณามากกว่าที่จะบอกว่าไม่มีอะไร ก็ให้นายกฯ ไปดู ก็เป็นมติที่กลาง ๆ ครับ แล้วก็เท่ากับเรื่องยังไม่จบในแง่หนึ่ง ก็เป็นเรื่องที่ทางนายกฯ จะต้องไปพิจารณาแล้วก็รู้สึกว่าต้องชี้แจงกันอีกรอบหนึ่ง

ต่อในรายละเอียดในเรื่องการให้ความสำคัญระหว่างกฎหมาย กับจริยธรรม นั้นนายอภิสิทธิ์มองว่า ไม่มีอะไรสูงกว่ากัน แต่เป็นเรื่องความเหมาะสมที่จะใช้หลักใดพิจารณา

“ผมไม่คิดว่าอะไรสูงกว่าอะไร แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสมที่จะใช้หลักต่าง ๆ คือกฎหมายนั้นมีสภาพบังคับ มีหลายอย่างที่ผิดจริยธรรมแต่ไม่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรมยังไม่ผิดกฎหมายได้เลย ผิดศีลข้อ 5 แต่ไม่ผิดกฎหมาย”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท