posttoday
สว.นัดลงมติถอดภักดีพ้นปปช.9มี.ค.

สว.นัดลงมติถอดภักดีพ้นปปช.9มี.ค.

06 มีนาคม 2555

“สว.” ถก ถอดถอน “ภักดี” พ้นปปช. ด้านสว.สรรหา แฉมีคนแจกหลักฐานถอดถอน ทั้งที่ผ่านการพิจารณาไปแล้ว “รสนา” ระบุมีสว.รวบรวมสมาชิกนัดกินข่าวกับพยานผู้ร้อง

“สว.” ถก ถอดถอน “ภักดี” พ้นปปช. ด้านสว.สรรหา แฉมีคนแจกหลักฐานถอดถอน ทั้งที่ผ่านการพิจารณาไปแล้ว  “รสนา” ระบุมีสว.รวบรวมสมาชิกนัดกินข่าวกับพยานผู้ร้อง

ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภานัดพิเศษ มีพล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา เป็นประธาน เพื่อพิจารณากรณี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย พร้อมส.ส. 129 คน ยื่นคำร้องขอให้วุฒิสภามีมติให้นายภักดี โพธิศิริ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 248 ซึ่งวันนี้เป็นการรับฟังคำแถลงการณ์ปิดคำร้องและคำโต้แย้งคำร้องด้วยวาจาของฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง แต่ก่อนเข้าสู่การพิจารณา นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ได้หารือพร้อมขอให้ประธานฯสั่งการให้ตรวจสอบกรณีมีบุคคลนำเอกสารมาแจกส.ว.โดยอ้างว่าเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาถอนถอนนายภักดี ซึ่งไม่ได้อยู่ในขั้นตอนที่วุฒิสภาได้พิจารณาไปแล้ว ตามข้อบังคับไม่สามารถทำได้ อยากถามว่าประธานฯได้อนุญาตหรือไม่ ถ้าไม่ขอให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาดำเนินคดี ซึ่งน.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวสนับสนุนว่า ได้รับเอกสารนี้เช่นกัน สอบถามชื่อคนแจกทราบว่าชื่อ น.อ.กิตติทัศน์ นาเจริญ อยากให้ประธานฯสอบถามผู้ร้องว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ เพราะมียศ น.อ.เหมือนกัน

ซึ่งพล.อ.ธีรเดชวินิจฉัยว่า จะให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาตรวจสอบ แต่การแจกเอกสารดังกล่าวถือว่าแจกนอกห้องประชุม คงอยู่ในดุลยพินิจของสมาชิกที่จะพิจารณา ทำให้น.ส.รสนาลุกขึ้นแย้งว่า มีส.ว.คนหนึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ระบุว่ามีพยานฝ่ายผู้ร้องคนหนึ่ง ติดต่อกับส.ว.คนหนึ่ง ขอให้เป็นผู้รวบรวมเชิญ ส.ว.ไปรับประทานอาหารที่บ้านของพยานคนนั้น ก็ฝากไว้เป็นข้อมูลด้วย ทำให้เกิดการโต้แย้งระหว่าง ส.ว.ในประเด็นดังกล่าว โดยนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ขอให้ผู้ร้องยืนยันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ และขอให้ประธานฯสั่งเก็บเอกสารทั้งหมดทันที

ขณะที่นายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา โต้แย้งว่า ไม่ทราบเรื่องแจกเอกสาร ปกติการรับเอกสารในที่ประชุมถือเป็นการรับพยานเอกสารโดยชอบ ส่วนการแจกนอกห้องประชุมไม่ใช่การนำส่งโดยชอบ ตามระเบียบขั้นตอนไม่ถือว่าเป็นการรับเอกสาร ดังนั้นใครจะนำส่งเอกสารภายนอกก็ไม่ต้องไปสนใจ ทำให้นายมหรรณพตอบโต้ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องปกติที่จะปล่อยผ่านไปง่ายๆ ผู้ที่แจกไม่ได้แจกนอกสภา แต่เข้ามาถึงหน้าอาคารรัฐสภา 2 ซึ่งเป็นที่ทำการวุฒิสภา ปล่อยให้เข้ามาได้อย่างไร ทำให้นายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร ท้วงติงว่า อยู่สภามา 4 ปี เอกสารที่แจกนอกห้องประชุมก็รับมาเยอะ เป็นเรื่องไร้สาระ ขอให้เดินหน้าต่อ ซึ่งพล.อ.ธีรเดชได้เดินหน้าตามระเบียบวาระต่อไป

จากนั้นน.อ.อนุดิษฐ์ ได้แถลงการณ์ปิดคดีพร้อมฉายวีดีทัศน์ที่เป็นการเรียบเรียงพฤติกรรมของนายภักดี ตามข้อกล่าวหาว่ากระทำขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ใน 4 ประเด็นคือ 1.กระทำขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 39-40 โดยมีหลักฐานชัดเจนกรณีการกล่าวหาเรื่องใช้โทรศัพท์ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรมว.สาธารณสุข ที่นายภักดีก็ยอมรับกลางสภาว่าดูหลักทศนิยมผิด ถือเป็นการบิดเบือนหลักฐาน กรณีการตัดพยานหลักฐานสำคัญทางคดี ไม่ยอมรับฟังคำวินิจฉัยของคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ กรมบัญชีกลาง รวมถึงคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ซึ่งพฤติกรรมทั้งหมดส่อว่ากระทำขัดต่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(พ.ร.บ.ป.ป.ช.) มาตรา 86 (2) 2.การรับเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีดังกล่าวของนายภักดี ทั้งที่ตัวเองเคยเป็นรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้จัดทำทีโออาร์ ของบประมาณ และขออนุมัติโครงการจัดซื้อจัดจ้างจาก ครม. เท่ากับรู้เห็นเหตุการณ์คดีที่ตัวเองรับไต่สวนมาตั้งแต่ต้น ถือว่าขัดต่อ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 46 วรรคหนึ่งและวรรคสอง เพราะไม่เคยปรากฏหลักฐานว่านายภักดีได้แจ้งให้ประธานป.ป.ช.ทราบโดยเร็ว ขณะที่ผู้ร้องคดีนี้ยังเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของนายภักดี ดังนั้นจะบอกว่าไม่รู้เลยคงเป็นไปไม่ได้ เพราะมีเอกสารการลงนามโดยนายภักดียืนยันชัดเจน ต่อเนื่องตั้งแต่แรกมาจนถึงขั้นตอนประกวดราคา

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวต่อว่า 3.เป็นการย้ำว่านายภักดีรู้เห็นในคดีนี้มาตลอด เพราะเคยรับเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ของกระทรวงสาธารณสุข 4.เป็นประเด็นสำคัญ มีหลักฐานชัดเจนจนไม่อาจบิดเบือนหรือวินิจฉัยเป็นอื่นได้ กรณีไม่ลาออกจากตำแหน่ง กรรมการบริษัท ไทยวัฒนา ฟาร์มาซูติคัล เด็กซ์โทรส จำกัด ตามระยะเวลาที่ประกาศ คปค.ฉบับที่ 29 กำหนด ประกอบบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่จนถึงปัจจุบันนายทะเบียนกรมธุรกิจการค้ายังยืนยันว่านายภักดีคงเป็นกรรมการฯอยู่ โดยนายทะเบียนฯไม่เคยได้รับแจ้งการลาออกของนายภักดี ถือว่ากระทำขัดพ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา 11(3) รวมถึงการทำหนังสือถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. แจ้งการลาออกจากตำแหน่งต่างๆ 11แห่ง แต่ไม่มีการลาออกจากบริษัทไทยวัฒนาฯ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานว่าไปเป็นประธานกรรมการมูลนิธิวิจัยและพัฒนาระบบยา ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของรัฐ ร่วมทำกิจกรรมมาตลอด ถือว่าขัดต่อพ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา 11 (2) และยังมีชื่อนายภักดีได้รับโบนัสจากองค์การเภสัชกรรมในปี 2551 กว่า 88,000 บาท

“คณะกรรมการป.ป.ช.ถูกแต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 ก.ย.2549 แต่นายภักดียังลงนามในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จนถึงวันที่ 29 ก.ย.2549 ทั้งที่มีสถานะเป็นกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว การไปลงนามดังกล่าวกระทำในสถานะไหน เมื่อเห็นหลักฐานการกระทำผิดดังกล่าวชัดเจน จนไม่อาจบิดเบือนเป็นอื่นได้ วันนี้อาจมีสัมพันธ์หรือรู้จักกัน แต่บ้านเมืองต้องมีบรรทัดฐาน ต้องยึดสิ่งถูกต้อง เชื่อว่าจากความชัดเจนทุกข้อกล่าวหา และไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใดชัดเจน วุฒิสภาสามารถใช้อำนาจถอดถอนได้ หากไม่ได้นำเรื่องถอดถอนนายภักดีมาเรียนต่อวุฒิสภา หลักฐานนี้จะปรากฏต่อทุกคนหรือไม่ วุฒิสภาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นอำนาจที่วุฒิสภามี”น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว

จากนั้นนายภักดี โพธิศิริ ป.ป.ช. แถลงคำโต้แย้งว่า ผู้ร้องนำข้อมูลเท็จมากล่าวหาเพิ่มเติมจากที่ร้องเรียนไว้แต่แรก แม้ไม่ถูกนำมาพิจารณาแต่ความเสียหายเกิดขึ้น เพราะเจตนาดูหมิ่นทำให้ป.ป.ช.เสื่อมเสีย ยืนยันว่าไม่มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา ใน 3 ประเด็นคือ 1.ข้อ กล่าวหาว่ายังดำรงตำแหน่งใน บริษัทไทยวัฒนาฯนั้น โดยสามัญสำนักของวิญญูชน เป็นธรรมดาเมื่อได้รับโอกาสเป็นป.ป.ช. ต้องรีบกระวีกระวาดทำตามกฎหมายกำหนด คือรีบลาออกทันทีผ่านองค์การเภสัชกรรมซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งตน มีสมุดบันทึกรับส่งเป็นเอกสารหน่วยราชการถูกต้อง มีการตอบรับที่ทำการไปรษณีย์ดุสิต หากได้รับประโยชน์เท่ากับเป็นเท็จ หากมีเอกสารเท่ากับเป็นเอกสารปลอม การรับเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนนั้น เพราะตนยังไม่มีส่วนรู้เห็นในการประกวดราคา และมีคำสั่งยกเลิก โดยใช้หลักการของศาลที่เคยพิพากษาไว้ คือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง และไต่สวนโดยยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด รับฟังพยานหลักฐานโดยไม่มีการยกเว้น และการไต่สวนทำโดยองค์คณะ ไม่ได้ทำเพียงลำพัง

นายภักดีกล่าวต่อว่า ข้อกล่าวหาว่ารับโบนัสจากองค์การเภสัชกรรมนั้น เป็นการทำตามขั้นตอนปกติที่รัฐวิสาหกิจต้องส่งเรื่องให้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจพิจารณาผลงาน ก่อนรับอนุมัติจ่ายโบนัสให้คณะกรรมการฯ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา 1 ปี การจ่ายเงินโบนัสดังกล่าวเกิดในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช. ส่วนเงินโบนัสปี 2551 เกิดจากมีการคำนวณตัวเลขเงินโบนัสปี 2550 ผิดพลาดจึงต้องแก้ไข ไม่ใช่การรับเงินโบนัสหลังพ้นตำแหน่งไปแล้ว 2.ยอม รับว่าได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการมูลนิธิวิจัยและพัฒนายาจริง แต่มูลนิธิดังกล่าวจดทะเบียนชัดเจนไม่ใช่องค์กรที่แสวงหากำไร ซึ่งตนได้รับทาบทามจาก นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ให้มารับหน้าที่ต่อ แต่มูลนิธินี้ไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขซึ่งเป็นหน่วยงานของ รัฐ ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง

“เชื่อว่าฝ่ายผู้ร้องและพวกซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเมือง มีเจตนารมณ์ยับยั้งกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีทุจริตคอมพิวเตอร์กระทรวงสาธารณสุข โดย ป.ป.ช. แม้ผู้ร้องจะไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหา แต่พยานของผู้ร้องล้วนเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีดังกล่าวทั้งสิ้น ดังนั้นผลการพิจารณาของวุฒิสภา หากเป็นไปตามที่ผู้ร้องและพวกคาดหวัง การไต่สวนคดีดังกล่าวต้องถูกระงับและทบทวนพยานหลักฐานใหม่ เพราะสำนวนหลักที่ ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณานั้นเป็นสำนวนที่รับมาจากอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงที่ผมเป็นประธาน และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ร้องและพวกจะไม่หยุดอยู่ที่ความพยายามให้ผมพ้นจากตำแหน่งเท่านั้น หากผลการพิจารณาของวุฒิสภาเป็นไปตามที่คาดหวัง ผู้ร้องและพวกจะมีความพยายามก้าวต่อไป ในการบั่นทอนทำลายองค์กร ป.ป.ช. โดยการดำเนินการในทำนองเดียวกันกับ ป.ป.ช.ที่เหลือ เป็นเรื่องน่าห่วง เพราะได้ดำเนินการเป็นขั้นตอนเพื่อทำลายองค์กรป.ป.ช. ตั้งแต่ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นฟ้องอาญา ป.ป.ช. ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อไม่สำฤทธิ์ผลจึงใช้วุฒิสภาเป็นเครื่องมือ โดยอาศัยอิทธิพลทางการเมืองของพวก”นายภักดีกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายภักดีแถลงคำโต้แย้งคดีจบ พล.อ.ธีรเดชได้นัดประชุมวุฒิสภานัดพิเศษ ในวันที่ 9 มี.ค. เพื่อให้ส.ว.ลงมติต่อไปว่าจะให้นายภักดีพ้นจากตำแหน่งหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท