
เตือนงดทำนาปรังรอบ2
เกษตรกรแห่ปลูกรับราคาข้าวพุ่ง ชี้แล้งจัดไม่มีน้ำยันเสียหายแน่
โพสต์ทูเดย์
— เกษตรฯ ส่งสัญญาณมหันตภัยชาวนาไทย ราคาข้าวดี แต่น้ำไม่เอื้อ เตือนชาวนางดปลูกนาปรังรอบ 2 หลังน้ำเหลือไม่ถึงพันล้านลูกบาศก์เมตรนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาข้าวที่เพิ่มสูงขึ้นและนโยบายประกันราคาข้าว ทำให้เกษตรกรเพิ่มพี้นที่การปลูกข้าวนาปรังรอบแรกมากขึ้น จากแผนที่กำหนดไว้ในปี 2552/2553 ไม่เกิน 12.28 ล้านไร่ แต่ปัจจุบันมีการปลูกไปแล้ว 15.16 ล้านไร่ เกินเป้าหมายไปแล้ว 23% แบ่งเป็น ข้าวนาปรัง 12.57 ล้านไร่ พืชไร่พืชผัก 2.59 ล้านไร่
ทั้งนี้ ในส่วนของการเพาะปลูกพืชในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายไว้ 6.39 ล้านไร่ แยกเป็น ข้าวนาปรัง 5.95 ล้านไร่ พืชไร่พืชผัก 4.4 แสนไร่ ซึ่งปัจจุบันมีการเพาะปลูกไปแล้ว 7.8 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 122% ของแผนการเพาะปลูกในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แยกเป็น ข้าวนาปรัง 7.37 ล้านไร่ พืชไร่พืชผัก 4.3 แสนไร่ เกินเป้าหมายไปแล้วกว่า 17% ทำให้กระทบต่อแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งสำหรับการเกษตรที่จะสิ้นสุดในเดือน เม.ย. โดยน้ำเหลือเพียง 998 ล้านลูกบาศก์เมตร
“
ซึ่งจากสัญญาณของเอลนินโญ คาดว่าจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้ฝนซึ่งปกติจะตกในช่วงเดือน พ.ค. ล่าช้าออกไป และจะกระทบต่อปริมาณน้ำทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเกษตรกรไม่ควรเสี่ยงทำนาปรังรอบ 2 ที่จะเริ่มปลายเดือน เม.ย. เพราะข้าวจะเสียหายอย่างสิ้นเชิง” นายอภิชาต กล่าวนอกจากนี้ นโยบายของรัฐยังไม่มีการประกันราคาข้าวนาปรังรอบ 2 ซึ่งผลจากปัญหาความแห้งแล้งและเพลี้ยกระโดด ทำให้ปริมาณข้าวในปี 2552/2553 ที่คาดว่าจะได้ประมาณ 31 ล้านตันข้าวเปลือก เหลือประมาณ 29 ล้านตันข้าวเปลือก
“
อยากเตือนประชาชนอย่างจริงจังว่าไม่ควรปลูก เพราะแม้กระทั่งภาคอีสานพบว่ามีนาปรังเพิ่มขึ้นเป็น 4 ล้านไร่ จาก 2 ล้านไร่ ในปีที่แล้ว และในพื้นที่ที่ไม่เคยปลูกนาปรังก็มีการปลูกกัน” นายอภิชาต กล่าวสำหรับการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนการปลูกนาปรังรอบ 2 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะส่งเสริมให้ปลูกถั่วเหลืองและถั่วเขียวนั้น คงไม่สามารถส่งเสริมได้แล้ว เนื่องจากเมล็ดพันธุ์ไม่เพียงพอและราคาแพงมาก ดังนั้นอาจเป็นไปได้ว่าอาจจะส่งเสริมให้ปลูกข้าวโพดแทน







