posttoday
คนนาหว้ายึดอาชีพแปลกสร้างรายได้เข้าชุมชนเดือนละ 30 ล้าน

คนนาหว้ายึดอาชีพแปลกสร้างรายได้เข้าชุมชนเดือนละ 30 ล้าน

03 มีนาคม 2555

หมู่ 15 ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เป็นหมู่บ้านเดียวในประเทศไทยที่ชาวบ้านที่นี่ยึดอาชีพแปลกประหลาด

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

ชาวบ้านตาล หมู่ 15 ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เป็นหมู่บ้านเดียวในประเทศไทยที่ชาวบ้านที่นี่ยึดอาชีพแปลกประหลาด แต่กลับสร้างรายได้เข้าชุมชนมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 20-30 ล้านบาท โดยจะยึดอาชีพตามฤดูกาลหมุนเวียนตลอดทั้งปี ช่วงฤดูฝนจะยึดอาชีพจับปลิงอบแห้งส่งขายต่างประเทศ ขณะที่ช่วงฤดูหนาวจับไส้เดือนอบแห้งส่งขายนอก ส่วนในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือน มี.ค.เม.ย. พลิกวิกฤตแล้งเป็นโอกาสจับตุ๊กแก จิ้งจก มาอบแห้งส่งขายสร้างรายได้จุนเจือครอบครัวเป็นกอบเป็นกำ

ในช่วงฤดูแล้งถือว่าเป็นโอกาสทองของชาวบ้านที่นี่ก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่ตุ๊กแกออกมาผสมพันธุ์จึงสามารถจับได้จำนวนมาก ส่งออกไปขายยังต่างประเทศไปปรุงเป็นยาโด๊ปชูกำลัง ซึ่งตุ๊กแกที่อบแห้งเสร็จมีราคาตัวละ 30-80 บาท ตามขนาด ส่วนจิ้งจกรับซื้อตัวละ 50 สตางค์ ทำให้แต่ละครอบครัวสามารถสร้างรายได้สูงถึง 3-5 หมื่นบาทต่อเดือน หรือเงินสะพัดกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน

ประสิทธิ์ ลาสุด อายุ 67 ปี ชาวบ้านตาล ที่ยึดอาชีพทำตุ๊กแกอบแห้งขาย เล่าว่า ในช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นฤดูกาลผสมพันธุ์ของตุ๊กแก ทำให้ตุ๊กแกที่อยู่ตามบ้านเรือน ต้นไม้ ออกมาผสมพันธุ์ส่งเสียงร้อง ทำให้ชาวบ้านแต่ละครอบครัวมีรายได้จากการออกไปจับตุ๊กแกมาขาย โดยชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจะออกเดินสายไปทุกพื้นที่รวมถึงต่างจังหวัดใกล้เคียง โดยใช้วิธีทำบ่วงใส่ไม้ยาวไปคล้องตุ๊กแกบางตัวก็ขอซื้อกับเจ้าของบ้านตัวละ 15-20 บาท แล้วแต่ขนาด

 

คนนาหว้ายึดอาชีพแปลกสร้างรายได้เข้าชุมชนเดือนละ 30 ล้าน

ประสิทธิ์ เล่าต่อว่า จากนั้นจะนำมาให้ชาวบ้านอีกกลุ่มทำหน้าที่ชำแหละเอาเครื่องในออกทิ้ง จากนั้นนำมาแผ่ด้วยการใช้ไม้หนีบกางขาตุ๊กแกทั้ง 4 ข้างออก เพื่อนำไปเข้าห้องอบแห้งใช้เวลาประมาณ 1 คืน เสร็จแล้วจะนำไปส่งให้พ่อค้าที่เป็นตัวแทนรับซื้อในราคาตั้งแต่ 30-80 บาท ตามขนาดตัวเล็กใหญ่ บรรจุแพ็กใส่กล่องขึ้นรถบรรทุกไปลงเรือที่กรุงเทพฯ ส่งออกไปขายยังประเทศจีน และไต้หวัน ซึ่งนิยมนำไปปรุงเป็นอาหารและยา เนื่องจากเชื่อว่าเป็นยาโด๊ปชูกำลังชั้นดี ซึ่งในช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาได้มีตุ๊กแกอบแห้งส่งออกจาก อ.นาหว้า ไปขายประมาณเกือบ 1 แสนตัว ส่วนจิ้งจกนั้นจะรับซื้อราคาตัวละ 50 สตางค์ ทำให้ในช่วงฤดูร้อนชาวบ้านที่ทำอาชีพแปลกมีรายได้ตกเดือนละ 3-5 หมื่นบาทต่อครอบครัว สร้างเงินสะพัดหมุนเวียนเข้าอำเภอเป็นอย่างดี ชาวบ้านที่นี่จึงไม่นิยมไปทำงานต่างจังหวัด

ขณะที่ ปราณีต นางทราช อายุ 50 ปี คนบ้านเดียวกับ ประสิทธิ์ ซึ่งยึดอาชีพทำตุ๊กแกตากแห้งส่งออก บอกว่า ชาวบ้านยึดอาชีพจับตุ๊กแก ไส้เดือน ปลิงอบแห้ง มานานกว่า 20 ปีแล้ว ถือว่าเป็นอาชีพที่สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับชาวบ้านเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะสภาพเศรษฐกิจจะซบเซา หรือเกิดปัญหาจากสภาพแวดล้อมภัยแล้ง แต่ไม่มีผลกระทบ ชาวบ้านยังมีรายได้หลักจากอาชีพแปลกเป็นปกติ ซึ่งจะทำหมุนเวียนไปตามฤดูกาล ส่วนช่วงนี้ก็จะเป็นตุ๊กแกตากแห้งทำให้ทุกคนมีรายได้ตั้งแต่คนที่ออกไปจับมาขายตัวละประมาณ 10-25 บาท ตามขนาด

ทั้งนี้ จากนั้นจะสร้างงานให้กับชาวบ้านที่ทำชำแหละแปรรูปตามแบบมาตรฐานแล้วนำไปตากแห้งหรืออบ ก่อนแพ็กนำส่งขายให้พ่อค้าส่งออกไป จีน และไต้หวัน นำไปปรุงอาหารเป็นยาชูกำลัง ในราคาตัวละประมาณ 30 บาท ตามขนาดเล็กใหญ่ มียอดส่งออกเดือนละหลายแสนตัว มีเงินสะพัดหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน ถือเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเป็นอย่างดี ตกครอบครัวละ 5,000–10,000 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนเรื่องปัญหาสูญพันธุ์ของตุ๊กแกนั้นไม่มีอย่างแน่นอน เพราะในระยะเวลา 1 ปี จะมีช่วงพักประมาณเดือน ต.ค.ม.ค. ช่วงตุ๊กแกผสมพันธุ์ออกไข่ ซึ่งธรรมชาติของตุ๊กแกนั้นขยายพันธุ์ได้เร็วและมีจำนวนมาก โดยเมื่อสู่ฤดูฝนก็จะไปทำปลิงตากแห้งแทน นอกจากนี้ในเรื่องของกฎหมายนั้นไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะตุ๊กแกที่ชาวบ้านจับมาเป็นตุ๊กแกตามบ้านเรือนไม่ใช่ตุ๊กแกตามป่า จึงไม่ผิดตาม พ.ร.บ.สัตว์ป่าหวงห้าม ในอนาคตกำลังหาทางเลี้ยงขยายพันธุ์เป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้

อาชีพจับตุ๊กแก จิ้งจก ปลิง ไส้เดือนอบแห้งส่งขายต่างประเทศ สร้างรายได้งามให้กับชาวชุมชน ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม กลายเป็นอาชีพหลักดีกว่าทำไร่ทำนาหลายเท่าตัว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท