
คิดต่างแต่ไม่คิดต่อย
บรรยากาศหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เมื่อวันที่ 1 มี.ค. คึกคัก
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
บรรยากาศหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เมื่อวันที่ 1 มี.ค. คึกคัก จากสีสันของดอกกุหลาบและป้ายที่ผู้ชุมนุมขนกันมาให้กำลังใจ “วรเจตน์ ภาคีรัตน์” อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. แกนนำคนสำคัญของกลุ่มนิติราษฎร์ ที่เพิ่งถูกทำร้ายร่างกายในวันก่อนหน้า
กลุ่มที่มาในวันนี้รวมกันได้นับ 100 คน บางส่วนมาพร้อมกับป้ายอย่าง “คิดต่าง แต่ไม่คิดต่อย” “ธรรมศาสตร์ มีภัยมืดทุกตารางนิ้ว” “บอดปัญญาและเหตุผล” โดยส่วนใหญ่ใส่เสื้อสกรีน “นิติราษฎร์ นิติศาสตร์เพื่อประชาชน” จับอารมณ์แล้ว ยังคงโกรธแค้นการกระทำที่เกิดขึ้น หลายคนโทษไปถึงรัฐบาลที่ปล่อยให้เกิดความรุนแรง ขณะที่บางคนก็ตำหนิไปตรงๆ ว่าการดักชกไม่เป็นลูกผู้ชาย
“สุขสุรีพร บุญช่วย” หนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุม กล่าวว่า เป็นกลุ่มอิสระที่ร่วมให้กำลังใจกลุ่มนิติราษฎร์ และให้ความเห็นว่าการทำร้ายวรเจตน์ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ เนื่องจากวรเจตน์เป็นคนเรียบร้อยและเคร่งครัดในหลักวิชาการมากที่สุด ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร
“แน่นอน ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังอยู่แล้ว เพราะกลุ่มเสื้อหลากสีก็ออกมาเคลื่อนไหวยุยงปลุกปั่นเรื่องนี้มาโดยตลอด เราเชื่อว่าหลังจากนี้จะอุกอาจมากขึ้น เพราะได้ยินมาว่าทั้งสองคนที่เข้ามาชกนั้น ได้รับการยกย่องเป็นฮีโร่ในบางกลุ่ม จึงอาจมีคนเลียนแบบต่อไป จึงอยากให้คนที่เห็นด้วยกับกลุ่มนิติราษฎร์ออกมาแสดงพลังให้มาก เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามลอบทำร้ายอีก” สุขสุรีพร กล่าว
ส่วนที่ถูกมองว่า อาจเป็นสัญญาณสะท้อนความรุนแรงของการเมืองไทยซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 นั้น เขาบอกว่า ถ้าอีกฝ่ายยังปลุกระดมกันอย่างนี้ก็เป็นไปได้ แต่ทุกคนรู้ดีว่าอะไรจะนำไปสู่ความรุนแรงบ้าง ส่วนจะมีใครใช้ความรุนแรงหรือไม่ ก็ไม่กลัว เพราะเจอกระสุนปลิวข้ามหัวมาแล้วเมื่อครั้งเหตุการณ์พฤษภาเลือด
ขณะที่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” อาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ ซึ่งเป็นตัวแทนวรเจตน์รับมอบดอกไม้วันนี้ กล่าวว่า ไม่ได้คิดว่ามีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลังคอยบงการล้มรัฐบาล เพราะทางกลุ่มทำงานตามหลักวิชาการอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คงต้องระวังตัวให้มากขึ้น แต่คงไม่เหมาะที่จะมีหน่วยรักษาความปลอดภัยติดตามตัวตลอด
ปิยบุตร กล่าวอีกว่า ทุกคนมีบทเรียนมาแล้วว่า 6 ต.ค. 2519 เกิดจากอะไร ฉะนั้นทุกฝ่ายเลือกได้ที่จะไม่ตกเป็นเครื่องมือผู้นิยมความรุนแรง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นการกระทำที่บั่นทอนกำลังใจ แต่จะเดินหน้าเสนอประเด็นร่วมกับคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) ต่อไป
ต้องจับตาดูว่า กระแสของนิติราษฎร์ที่เริ่มแผ่ว หลังจากฝ่ายการเมืองไม่รับลูกด้วย จะถูกผลักดันต่อไปอย่างไรในอนาคต







