
จำนำนาปีจบหมดแสนล้านรัฐยิ้มราคาพุ่ง
สรุปจำนำข้าวนาปี เกษตรกรขนข้าวร่วมโครงการทะลุ 6 ล้านตัน หมดเงินไปร่วมแสนล้านบาท
สรุปจำนำข้าวนาปี เกษตรกรขนข้าวร่วมโครงการทะลุ 6 ล้านตัน หมดเงินไปร่วมแสนล้านบาท
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีฤดูกาล 2554/2555 ที่เปิดรับจำนำตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2554-29 ก.พ. 2555 พบว่ามีปริมาณข้าวเข้าโครงการ 6.77 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวเปลือกเจ้า 2.90 ล้านตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 1.52 หมื่นตัน ข้าวเปลือกหอมจังหวัด 3.35 แสนตัน ข้าวเปลือกเหนียว 4.39 แสนตัน และข้าวเปลือกหอมมะลิ 3.07 ล้านตัน
ผลจากการรับจำนำทำให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศขยับขึ้นต่อเนื่อง โดยข้าวเปลือกหอมมะลิราคาตลาดเฉลี่ยตันละ 1.5-1.65 หมื่นบาท ข้าวเปลือกเจ้า 9,000-1.39 หมื่นบาท และข้าวเปลือกเหนียว 1.1-1.45 หมื่นบาท แม้ราคาตลาดจะไม่สูงเท่ากับราคารับจำนำที่รัฐบาลกำหนดคือ ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 1.5 หมื่นบาท และข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 2 หมื่นบาท แต่ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะราคาข้าวเปลือกในตลาดขณะนี้สูงขึ้นกว่าปีก่อนมาก หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยตันละ 1,500-2,000 บาท
ขณะที่ราคาข้าวสารในตลาดน่าจะขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 15% สะท้อนถึงปริมาณข้าวที่เข้าร่วมโครงการน้อยจากเป้าหมายที่รับจำนำทุกเมล็ดเพราะราคาที่สูงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีทางเลือกขายในตลาดมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องนำเข้าโครงการจำนำอย่างเดียว
สรุปจำนวนเงินที่ใช้ในโครงการรับจำนำครั้งนี้ แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เช่น ค่าเช่าโกดังกลาง 3-4 หมื่นล้านบาท และเงินทุนหมุนเวียนอีก 1 แสนล้านบาท โดยเงินที่ใช้ไปเกือบ 1 แสนล้านบาท มีโอกาสที่รัฐบาลจะได้เงินกลับมาคืนมา 6-7 หมื่นล้านบาท หากขายข้าวในสต๊อกออกไปในราคาตลาดเท่ากับว่าใช้งบประมาณในการแทรกแซงใกล้เคียงกับโครงการประกันรายได้แต่โครงการจำนำมีข้อดีตรงที่เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากราคารับจำนำและราคาตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนโครงการประกันรายได้ รัฐบาลไม่มีโอกาสได้เงินคืน เพราะจ่ายขาดให้เกษตรกร และยังไม่สามารถดึงราคาข้าวในประเทศได้อีก







