
เปิดคลังแอพฯดันแท็บเล็ตป.1
ซิป้า ผุดเอ็ดดูแท็บเล็ต สโตร์ เทียบชั้นกูเกิลแอปเปิล บูมคอนเทนต์เพื่อการศึกษารับแท็บเล็ต ป.1
ซิป้า ผุดเอ็ดดูแท็บเล็ต สโตร์ เทียบชั้นกูเกิลแอปเปิล บูมคอนเทนต์เพื่อการศึกษารับแท็บเล็ต ป.1
นายเฉลิมพล ปุณโณทก กรรมการและรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า เปิดเผยว่า ซิป้าได้เปิดเอ็ดดูแท็บเล็ต สโตร์ ซึ่งจะเป็นคลังรวบรวมแอพพลิเคชันและเครื่องมือต่างๆ ในการใช้งานสำหรับโครงการแท็บเล็ต ป.1 ของรัฐบาล ที่จะเริ่มแจกในภาคการศึกษาใหม่ ในวันที่ 23 พ.ค.นี้
ทั้งนี้ คลังแอพพลิเคชันดังกล่าว จะเป็นโมเดลเดียวกับแอพพลิเคชันสโตร์ของยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิลและแอปเปิล ที่จะเป็นเวทีเปิดรับผู้ประกอบการและนักพัฒนา ที่มีความสามารถเข้ามาช่วยพัฒนาแอพพลิเคชันและคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาเพื่อให้มีคอนเทนต์ที่หลากหลาย และให้การใช้งานแท็บเล็ตมีคุณภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ซิป้าได้วางงบเบื้องต้น 20 ล้านบาท เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มและเชื่อมระบบปฏิบัติการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการให้ความสนใจแล้ว 10 ราย โดยตั้งเป้ามีผู้ประกอบการเข้าร่วมเฟสแรกกว่า 100 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรและผู้ประกอบการที่อยู่ในสมาคมต่างๆ อยู่แล้วเช่น สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและกราฟฟิกไทย คาดว่าจะเริ่มทดลองให้บริการได้ปลายเดือน มี.ค.นี้
“ผู้ประกอบการที่พัฒนาคอนเทนต์ให้ซิป้า จะไม่ถูกหักส่วนแบ่ง 30% เหมือนการพัฒนาแอพฯ ให้กับค่ายใหญ่ ซึ่งผู้ประกอบการจะได้แสดงศักยภาพของตัวเอง และเป็นโอกาสที่จะเปิดตลาดสู่เออีซีด้วย” นายเฉลิมพลกล่าว
นอกจากนี้ ซิป้าเตรียมหารือกับคณะกรรมการแท็บเล็ต ป.1 เกี่ยวกับภาพรวมของการทำงานทั้งหมด โดยเฉพาะการบรรจุคอนเทนต์ 8 วิชาหลักลงในแท็บเล็ต ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อซิป้าจะได้เห็นภาพชัดเจนว่า แนวทางของแท็บเล็ต ป.1 จะมีรูปแบบอย่างไร และซิป้าสามารถเข้าไปช่วยพัฒนาในจุดไหนได้บ้าง
ส่วนกรณีที่บอร์ดซิป้าจะถูกครม.ปลดนั้น บอร์ดยืนยันว่าไม่ได้ทำงานบกพร่องและหย่อนความสามารถตามที่ถูกกล่าวหาและจะไม่ลาออกแต่อย่างใด เพราะซิป้าเป็นองค์การมหาชนที่การดำเนินการต่างๆ เป็นอิสระจากการเมืองอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องถูกเปลี่ยนแม้รัฐบาลจะคนละชุดก็ตาม
นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ได้มอบเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือแท็บเล็ตพีซี ที่ใช้ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ จำนวน 45 เครื่อง ให้แก่ โรงเรียนอนุบาลสามเสน เพื่อนำไปใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา 1/4 ภายใต้โครงการนำร่อง Intel Learning Series Tablet ที่บริษัทฯเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ติดตั้งโปรแกรมซอฟต์แวร์คลาสรูม แมนเนจเมนต์ (Classroom Management) ที่มีเนื้อหาการเรียนรู้ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และแอพพลิเคชันอีกหลายตัวจากแอนดรอยด์ มาร์เก็ต ไว้ในตัวเครื่องทุกเครื่องจากการใช้แท็บเล็ตพีซีที่ใช้อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ ทั้งครูและนักเรียนต่างได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ในหลายวิชา เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาไทย เป็นต้น เราเชื่อว่าเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงนำดีไซน์ต้นแบบมาใช้เป็นโครงการนำร่องในไทย ซึ่งพบว่า อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยกระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมมากขึ้น ผ่านการโต้ตอบและปฏิสัมพันธ์กัน ทั้งจากคอมพิวเตอร์ ครูผู้สอน และกับเพื่อนร่วมห้อง” นายเอกรัศมิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่า แท็บเล็ตที่แจกในโครงการดังกล่าว ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานของนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยตัวเครื่องสามารถกันน้ำได้ ทนต่อแรงกระแทก แม้เด็กจะทำเครื่องตกพื้นในระยะความสูง 70 ซ.ม. แม้ไม่มีกระเป๋าหรือซองหุ้ม ก็ไม่เกิดความเสียหาย และผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม IP41 ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งจะช่วยให้ครูสามารถดูแลและจัดระบบการเรียนการสอนภายในห้องเรียนได้ นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์เตือนภัย ซึ่งช่วยแจ้งเตือนให้ทราบในกรณีที่เครื่องถูกขโมยหรือสูญหายด้วย







